ทบทวนบุญจุดมาฆประทีป: คุณครูไม่เล็กจุดประทีปเทียนชัย

คุณครูไม่เล็กจุดประทีปเทียนชัย ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2565

 วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เวลาประมาณ 19.00 น. ประธานสงฆ์ได้นำได้ปฏิบัติธรรมตามเสียงคุณครูไม่หญ่ ทำใจให้ใส ๆ จุดประทีปเป็นแสงสว่างภายในกลางใจ เพื่อเตรียมกาย ใจ ให้ผ่องใส หลังจากนั้นคุณครูไม่เล็กได้เชิญตัวแทนเหล่ากัลยาณมิตรได้จุดประทีปเทียนชัย และคุณครูไม่ใหญ่ได้นำกล่าวบูชามาฆฤกษ์ และประธานสงฆ์ คือ คุณครูไม่เล็ก ได้จุดประทีปเทียนชัย ส่งต่อให้ตัวแทนสาธุชนอัญเชิญมอบให้ท่านประธานใหญ่ เพื่อเตรียมจุดมาฆประทีป ถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2565

 

คณะสาธุชนทั่วโลกก็ได้ตั้งใจการรำลึกน้อมใจถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

ผลานิสงส์แห่งความศรัทธาของหมู่สาธุชนในครั้งนี้ เป็นผลบุญอันไม่มีประมาณในการจุดประทีปดวงเดียว และส่งต่อๆให้ท่านประธานใหญ่ สู่โคมประทีปในลานธรรม พอจะกล่าวได้ว่า มีอานิสงส์มากมายมหาศาล ดังเรื่องในสมัยพุทธกาล ผลแห่งการถวายประทีปดวงเดียวของพระเอกทีปยเถระ ท่านได้บรรลุพระอรหันต์ในช่วงวัย 4 ขวบ มีทิพยจักษุ ตัดกิเลสได้ขาด เนื่องจากท่านได้บูชาประทีปเพียงดวงเดียวต่อพระพุทธเจ้าซึ่งปรินิพพานไปแล้วบนเชิงตะกอน ทำให้ผลบุญนี้ ส่งผลให้ท่านเสวยสุคติบนโลกสวรรค์ยาวนานหลายกัป และติดตามตัวท่านไปทุกภพทุกชาตินับไม่ถ้วน ดังมีเรื่องราวในพระไตรปิฎกกล่าวไว้ว่า...

 


เมื่อพระสุคตเจ้าผู้นำโลก พระนามว่า สิทธัตถะ ปรินิพพานแล้ว ชนทั้งปวงทั้งเทวดาและมนุษย์ต่างก็บูชาพระองค์ ผู้ชื่อว่าสูงส่งกว่าสัตว์ทั้งหลาย และเมื่อเขาช่วยกันยกผู้นำโลกขึ้นบนเชิงตะกอนแล้ว ชนทั้งหลายได้พากันบูชาเชิงตะกอนของพระศาสดาตามกำลังของตน พระเอกทีปิยเถระในครั้งนั้นก็เช่นเดียวกับชนทั้งหลาย คือมีจิตเลื่อมใสศรัทธา จึงได้ตามประทีปไว้ไม่ไกลจากเชิงตะกอนนั้น ประทีป 1 ดวงของท่านได้ลุกโพลงตลอดคืน จนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นในเวลาเช้า

ด้วยกุศลผลบุญจากการจุดประทีปบูชาในครั้งนั้น ทำให้ท่านได้รับอานิสงส์มากมายอย่างต่อเนื่อง ด้วยจิตศรัทธาในพระพุทธองค์คือ

เมื่อละจากมนุษยโลก ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานชื่อว่า เอกทีปิวิมาน

วิมานในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่ท่านไปเกิดนั้น มีประทีปถึงแสนดวงส่องสว่างอยู่รอบวิมานนั้น

ร่างกายของท่านรุ่งเรืองด้วยแสงสว่างตลอดเวลา อาทิตย์อุทัยมีแสงส่องสว่างฉันใด สรีระของท่านก็มีแสงสว่างด้วยรัศมีในกาลทุกเมื่อฉันนั้น

เป็นผู้มีจักษุเป็นทิพย์ สามารถเห็นได้ตลอด ทะลุฝา กำแพง หรือภูเขา โดยรอบถึง 100 โยชน์

เป็นผู้มีความสุข รื่นรมย์อยู่ในเทวโลกถึง 77 ครั้ง เสวยรัชสมบัติในเทวโลก 31 ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช 28 ครั้ง เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้

เมื่อละจากเทวโลก ได้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีดวงตาแจ่มใสมองเห็นได้แม้แต่อยู่ในครรภ์มารดา พออายุได้ 4 ขวบ ก็ได้ออกบวชเป็นบรรพชิต บรรลุพระอรหันต์ได้ในเวลาไม่ทันถึงครึ่งเดือน ท่านได้ชำระทิพยจักษุให้บริสุทธิ์แล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลสทั้งปวงขาดแล้ว ทั้งหมดนั้นเป็นอานิสงส์ผลบุญจากการที่ท่านได้ถวายประทีปเพียงดวงเดียวแก่พระพุทธเจ้าบนเชิงตะกอนนั่นเอง

พระเอกทีปิยเถระได้กล่าวถึงอานิสงส์ อันมีตาทิพย์ เป็นต้น ของท่านว่า “นอกฝา นอกกำแพง และถึงภูเขาทั้งสิ้น เราก็เห็นทะลุไปได้ นี้ก็เป็นผลแห่งประทีดวงเดียว สำหรับเราภูมิภาคที่ขรุขระย่อมเป็นที่ราบเรียบ ความมืดย่อมไม่ปรากฏ เราไม่เห็นความมืด นี้ก็เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว

ในกัปที่ 94 แต่กัปนี้ เราได้ถวายประทีปใด ด้วยการถวายประทีปนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้ก็เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว สำเร็จวิชชา 3 และคำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว และบรรลุคุณวิเศษ คือ ปฏิสัมภิทา 4 วิโมกข์ 8 และอภิญญา 6" 





การรวมดวงใจเชื่อมต่อกันผ่าน Zoom ของสาธุชนทั่วโลก ทำให้เกิดกระแสบุญ ด้วยการจุดประทีปทั้งลานต่อ ๆ กันไป นับล้านดวง ในวันครบรอบ 52 ปีของวัดพระธรรมกาย ย่อมมีผลบุญเกิดขึ้นมากมายมหาศาล ทำให้บรรลุธรรมได้โดยง่าย และครอบครัว สังคม ก็เป็นสุข มีดวงตาแจ่มใส มุ่งแต่สร้างบุญบารมีตลอดทุกภพชาตินับขาติไม่ถ้วนเช่นกัน

กราบอนุโมทนาบุญทุกท่าน มา ณ โอกาส นี้

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ


3 ความคิดเห็น: