รางวัลแด่พระธรรมยาตรา ปีที่ 10 : EP.2 สะอาด ระเบียบ หัวใจการพัฒนาตน

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อทัตตชีโว วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ตอบคำถามเรื่องค้างคาใจขณะอบรมเป็นพระธรรมทายาท


หลวงพ่อทัตตชีโว ได้อธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดคำถามขึ้นมาขณะที่พระธรรมทายาทกำลังอบรม ได้แก่ เรื่องการอบรมขณะบวช เรื่องธรรมยาตรา เรื่องโรคระบาดโควิด 19 ทำไมจึงเกิด และยังมีคำถามสุดท้าย ว่า เมื่อหลังจากบวชเสร็จ จะอยู่เป็นพระภิกษุ หรือ ลาสิกขา ต้องดำเนินชีวิตเช่นไร มาฟังคำตอบ ว่า ท่านได้อธิบายขยายความเรื่องนี้ อย่างไร 

พอสรุปใจความได้ดังว่า

เรื่องการอบรมขณะบวชเป็นพระธรรมทายาท หลวงพ่อทัตตชีโว ได้อธิบายว่า ทำไมต้องอบรม ก็เพราะว่าการอบรมนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เปลี่ยนนิสัยจากเดิมคือนิสัยร้าย กลายเป็นนิสัยดี เป็นการพัฒนานิสัยตนเองอีกขั้นหนึ่ง

ถ้านิสัยดี อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข ถ้านิสัยร้าย ๆ อยู่คนเดียวก็เดือดร้อน อยู่ร่วมกับชาวบ้าน ชาวบ้านก็เดือดร้อน เพราะฉะนั้น จึงต้องมีการอบรม

วิธีการแก้นิสัยร้ายเป็นคนนิสัยดี  หลวงพ่อบอกว่าคนๆหนึ่งแก้นิสัยร้ายมาเป็นดี "ไม่ง่าย" เพราะว่า

ความยากในการแก้ไขนิสัยเสียๆนั้น...แสนยาก...เพราะว่า

1. กว่าจะรู้ตนว่ามีนิสัยไม่ดีอะไรบ้าง

การมองตนเองเห็นไม่ชัด ยากมาก แต่การมองคนอื่นง่าย เพราะลืมตาขึ้นมาก็มองออกข้างนอก จะมองย้อนกลับมาที่ตนเอง ไม่มีใครทำ ไม่มีที่ไหนสอน มีแต่ในพระพุทธศาสนา ที่สอนให้มองย้อนกลับมาในตัว โดยวิธีทำภาวนาสมาธิ ชาวโลกไม่ค่อยมีใครทำ พ่อแม่ก็ไม่ค่อยได้สอน สมัยโบราณ สอนให้ลูกหลานไหว้พระเสร็จก็ให้หลับตานิ่งๆ ทำสมาธิ พอใจนิ่งๆ ใจผ่องใส นิสัยไม่ดี นิสัยที่ดี ๆ ก็จะโผล่มาให้เราเห็นเอง เหมือนน้ำในสระที่ใส ๆ น้ำในแม่น้ำใสๆ น้ำในทะเลที่ใส ๆ มองเห็นทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้ ใกล้จะหมดไปกับแผ่นดินไทย สมัยก่อนมีกันทุกบ้าน ในปัจจุบันอยู่ในยุคดิจิทัลที่มีเครื่องมือใช้งานบนมือถือ ทำให้มีกิจกรรมในนั้นตลอดเวลา ไม่ค่อยมีเวลาทำใจนิ่งๆ เคลียร์ใจตนเอง เพื่อไม่ให้ประเพณีวัฒนธรรมเหล่านี้สูญหายไปจากแผ่นดินไทย ดังนั้นจึงได้ไปตามทุกคนที่เป็นชายแท้ๆ มาบวช พอบวชแล้วก็ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น นี้คือที่มาที่ทำให้ใจใส และทำการอบรมทุกรูป 

อบรม...อบ คือทำให้หอม 

รม...ทำให้มันติด หมายถึง ติดเข้าไปในใจ ติดเข้าไปในกลาง ติดเป็นนิสัยดี ๆ

อบรม เป็นเรื่องของการพัฒนานิสัยให้ดีอย่างฝังใจยิ่งๆขึ้นไป 

ส่วนมากมีแต่คนมองออกไปนอกตัว มองแต่คนอื่น ทำให้ไม่รู้ว่าตนเองมีนิสัยเสียอะไร 

การมาบวชจึงเป็นการอบรมพัฒนานิสัยจากร้ายเป็น นิสัยดี 

การสวดมนต์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น คือ การฝึกให้มองดูตนเอง รู้ว่าตนเองมีนิสัยอะไร แล้วแก้ไขตนเอง

การเป็นพระ ให้มองตนเองว่า วันนี้ "อาบัติ" อะไรบ้าง  แล้วปลงอาบัติ อย่าข้ามคืน

กรณีไม่รู้ ก็ต้อง หาครูมาเตือนให้รู้ หาพี่เลี้ยง หาพระอาจารย์มาเตือนให้รู้
2. กว่าจะหาใครเตือนให้รู้ได้
3. กว่าจะยอมรับฟังคำเตือนนั้นๆ
4. กว่าจะพบวิธีแก้ไขนิสัยแต่ละอย่าง
5. กว่าจะมีกำลังใจแก้ไขนิสัยนั้นๆ
6. กว่าจะแก้ไขแต่ละนิสัยได้สำเร็จ
กัลยาณมิตรทั้งที่บ้าน - วัด - โรงเรียน - ชุมชนร่วมมือกัน ย่อมพัฒนานิสัยเยาวชนให้ดีขึ้นได้

หลวงพ่ออธิบายเพิ่มเติมว่า...ไม่ว่าจะบวชอยู่ หรือ ลาสิกขา อย่าขาดการทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น เพราะจะทำให้ปิดนรก เปิดสวรรค์ การทำวัตรเช้าเย็นถือว่าเป็นวินัย

 

นิสัยไ่ม่ดี เกิดจากการได้ต้นแบบเลว ๆ หรือ ไม่มีต้นแบบที่ดีให้ดู นิสัยไม่ดีจึงเกิด

นิสัยดี ต้องได้ครูดี หรือ ทำใจใส ๆ แล้วเห็นเอง 

เพราะเราได้ครูดี สอนให้เราใจใส ใจจึงสะอาด นี้คือหลักการทำใจให้มีนิสัยดี ๆ

การได้ครูดี แล้ว เราก็ต้องฟังคำครู นำคำสอนท่านมาตรองว่าเราควรฝึกตนอย่างไร และเราก็ต้องฝึกด้วยความมีวินัยตามคำแนะนำ ตามพระพี่เลี้ยง  สิ่งที่ได้ คือ ความสะอาด และ ความมีระเบียบ กลายเป็นหัวใจของการฝึกคน 

ดังนั้น การสวดมนต์ทำวัตร ทำให้มีวินัย จากนั้นก็เกิดระเบียบ และความสะอาดใจตามมา กลับไปบ้านก็อย่าลืมทำวัตรสวดมนต์ต่อ อย่าทิ้ง บุญก็จะเกิดมากมายในตัวเรา ไม่ว่าทำอะไร ก็จะเจริญรุ่งเรือง จะทำให้เราแก้ไขนิสัยไม่ดีได้ และลาสิกขาแล้ว ก็ขอให้ถือศีลห้า ศีลแปด ตามโอกาส วันพระ วันโกน เราก็จะกลายเป็นกัลยาณมิตร และกลายเป็นต้นแบบของคนดี ในสังคมที่เราอยู่ ในครอบครัวของเรา ในหมู่เพื่อนบ้าน ในหมู่การทำงาน เป็นต้นแบบคนดีต่อไป ในสังคมนั้น ๆ หากมีวัดใกล้บ้านก็ไปช่วยกันดูแล การบวชครั้งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า

นิสัยเกิดขึ้นได้อย่างไร 

จากแผนภาพ หลวงพ่อทัตตชีโว ท่านได้อธิบายการกำเนิดนิสัย ว่า....สิ่งอะไรต่าง ๆ เช่น ทีวีโฆษณา พฤติกรรมคนรอบตัว พ่อ แม่ ที่พูด หรือ ทีวีได้โฆษณา เราได้เห็น ได้ฟัง ได้ดม ได้ดื่มกิน ได้จับต้อง โดยทำบ่อย ๆ และก็จำได้ แล้วนำไปคิด ทำแบบนี้ ซ้ำ ๆ คือ พูดซ้ำๆ คิดซ้ำๆ ทำซ้ำๆ คนๆนั้นก็จะเคยในการทำสิ่งนั้นๆ เคยมากเข้าๆ ใจก็จะคุ้น ทำจนคุ้นมากเข้าๆ ก็กลายเป็นความเคยชิน จนติดฝังใจ สุดท้ายก็กลายเป็น "นิสัย" ที่ทั้งเป็นนิสัยดี หรือ นิสัยเลว ก็เกิดในตัวเรา

นิสัยดี และ เลว แยกออกได้อย่างไร

จากแผนภาพ หลวงพ่อทัตตชีโว ได้อธิบายไว้ว่า...นิสัยที่ เห็น ฟัง ดม ดื่มกิน จับต้อง ซึ่ง ทำซ้ำๆ จนเคย และคุ้น จนชิน หากเป็นเรื่องร้าย ๆ ....คำพูดร้าย ๆ การกระทำร้ายๆ ความคิดร้าย ๆ เช่น 

ตื่นเช้ามา พ่อก็กินเหล้า แม่ก็เล่นไพ่ บ้านก็สกปรก ห้องไร้ระเบียบ กิริยาท่าทางก็ไม่สุภาพ ไม่ตรงเวลา เห็นภาพจนชิน เป็นสิ่งแวดล้อมเลว ๆ เรียกว่าติดมาจากพ่อแม่ จนเกิดภาพฝังใจ ทำให้ได้นิสัยไม่ดีมา เห็นต้นแบบที่ไม่ดี เป็นมิตรเทียม เป็นศัตรูตัวเอง นิสัยเลวๆ นี้จึงกลายเป็น "มิตรเทียม" ในตัวเอง ไร้ระเบียบ เป็นพวกที่ ทำงานก็ไม่ตรงเวลา ตื่นก็ไม่ตรงเวลา หลับไม่ตรงเวลา นอนก็ไม่ตรงเวลา อะไรก็ไม่ตรงซักอย่าง ติดฝังใจ กลายเป็นนิสัยไม่ดี มันเป็นศัตรูของตัวเราเอง อยู่ที่ไหน อยู่ในตัวของเราเอง ไปถึงไหนก็ไปกับนิสัยเลวๆ ของเรา นี้คือ มิตรเทียม ของเรา บ้านเมืองเราขณะนี้ มีคนประเภทมิตรเทียมต่อตัวเองเยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้น อย่าไปโทษใคร ที่โควิดระบาด บ้านเมืองวุ่นวาย ก็เพราะแต่ละคน มักง่าย สกปรก ไม่มีระเบียบ ไม่สุภาพ ไม่ตรงต่อเวลา ทั้งสิ้น

มาดูฝั่งมิตรดี มีอะไรบ้าง ... คือ การได้เห็น ฟัง  ดม ดื่มกิน จับต้อง ทำซ้ำๆ เคย คุ้นชิน มีแต่เรื่องดี ๆ 

ยกตัวอย่าง เช่น 

การเข้าห้องน้ำ หากไม่สะอาดและแห้ง ก็ไม่ออกมา มีความเป็นระเบียบ สะอาด และแห้ง ทุกครั้ง ตรงเวลา มีความสุภาพ สิ่งแวดล้อมดี จนติดฝังใจ จนกลายเป็นนิสัยดีๆ นิสัยดีๆ จะเตือนให้เราทำแต่สิ่งดี ๆ จนกลายเป็นมิตรแท้ของเรา 

เพราะฉะนั้น "มิตรแท้" และ "มิตรเทียม" ก็คือ อยู่ภายในตัวเราเองนั้นแล คือ อยู่ที่ใจของเรา ใจอะไร คือใจที่ยังมีการสวดมนต์ทำวัตรเย็น ทำวัตรเช้า เป็นวินัย ทำให้รอดตัว 

มีอะไร ก็นึกถึงหน้าของครูอาจารย์ เป็นต้นแบบที่ดี เป็นสิ่งแวดล้อมที่ดี มีการตรงต่อเวลา ความมีสุภาพ สิ่งเหล่านี้ติดฝังใจ อยู่ในใจของเรา เป็นมิตรแท้ เป็นนิสัยดี ๆ เราก็จะเป็นมิตรแท้ให้กับตนเอง และเป็นมิตรแท้ให้กับคนอื่นด้วย อยู่เป็นพระบวชต่อก็เป็นมิตรแท้ให้กับตนเอง อยู่เป็นพระมีมิตรเทียมในตัวเอง ใครเข้าใกล้ก็อยู่เป็นแบบมิตรเทียมให้กับคนอื่น นิสัยเลว ๆ ก็จะแพร่เชื้อต่อคนอื่น ๆ ความแลวร้ายก็จะเกิดขึ้นต่อๆไปอีกในโลกนี้ ไม่รู้จักหมด นี้คือ ที่มาที่ไปของนิสัยดี นิสัยเลว 

สรุปได้ว่า คนที่มีนิสัยดีๆ คือ ต้องสะอาดและระเบียบ คนประเภทนี้มีน้อยลงๆ ที่มีมากคือ มิตรเทียม เป็นนิสัยไม่ดี เช่น สูบบุหรี่เสร็จก็ดีดทิ้งลงในถนน ขยะบ้านตนเองเหลียวซ้ายเหลียวขวาไม่มีใครเห็น ก็กวาดลงท่อ กวาดไปในบ้านคนอื่น น้ำระบายไม่ทันก็เพราะเหตุนี้ เกิดจากคนที่มีมิตรเทียมต่อตนเอง เยอะแยะไปหมด

ปัจจุบันที่มีโควิดระบาด ก็เพราะ มักง่าย สกปรก ไร้ระเบียบ ไม่ตรงต่อเวลา ทั้งสิ้น ไม่ต้องไปโทษนายก ไม่ต้องโทษคนอื่น ก็โทษตัวเองนั้นแล เดียวนี้ เราเป็นคนสะอาด มีระเบียบ เรียบร้อย ทุกครั้งหรือไม่

และที่วัดพระธรรมกาย พื้นที่กว้าง กว่า 2,500 ไร่ แต่เพราะสะอาด จัดระเบียบ เพราะฉะนั้นวันนี้  อยู่กันหลายร้อยพ่อพันแม่ อบรมกัน เพราะว่า สะอาด ระเบียบ ทำให้สุภาพอัตโนมัติ สุภาพเป็นอานิสงส์ของสะอาด ระเบียบ นุ่งห่ม เรียบร้อย มีความสะอาด มีความเป็นระเบียบ จึงกลายเป็นพระที่มีความสุภาพ นุ่งห่มทั้งหมู่ ทั้งคณะ จึงมีความสุภาพไปโดยปริยาย ถึงเวลาประชุมก็ตรงเวลา เป็นการติดฝังใจ จึงกลายเป็นมิตรแท้ให้กับตนเอง และคนอื่นไปโดยปริยาย ใครฝึกระเบียบวินัย 227 จริงจัง เข้มแข็งมากเท่าไร ก็เป็นมิตรแท้ให้กับตัวเองมากเท่านั้น ตรงกันข้ามหากหย่อน ก็เป็นมิตรเทียมให้กับตนเองมากเท่านั้น

เพราะฉะนั้น บวชครั้งนี้ ใครได้บุญมากน้อย เริ่มตั้งแต่

1.  มีวินัยการสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นมากน้อยเท่าไหน

2. มีวินัยในการเข้าห้องน้ำ อย่างสะอาดและระเบียบ แค่ไหน

3. มีวินัยในการนุ่งห่มแบบไหน

4. มีวินัยในการฉันอย่างไร 

บุญที่ได้ก็ขึ้นอยู่ว่า สะอาด ระเบียบ มากน้อยอย่างไร สุภาพ ตรงต่อเวลาในการทำกิจวัตรต่าง ๆของเราเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้หากทำเรื่องดีๆ สะอาด มีระเบียบ ก็จะติดฝังใจ พอไปนั่งสมาธิ ใจก็สงบเร็ว ใจก็ใส เราก็จะเห็นนิสัยดี นิสัยเลวของตัวเอง เก็บเอาแต่สิ่งดีๆ ไว้ห้ตนเอง ก็จะได้มิตรแท้ติดตัวไป เพราะการที่เรารักการทำความสะอาด การมีระเบียบ ตรงต่อเวลา และสุภาพ จนติดเข้าไปในกมลสันดาน ไม่ว่าจะเกิดไปเป็นเทวดา ก็จะมีมิตรแท้ติดตามตัวไป หากเราเป็นมิตรต่อตนเอง แบบนี้ ก็จะมีคนที่เป็นมิตรแท้เหมือนเราก็จะมารวมกัน ในขณะเดียวกัน มิตรเทียมก็จะดึงดูดมารวมตัวกัน ไม่ว่าไปอยู่เป็นพระวัดไหนก็จะทำให้วัดนั้นเสื่อม ตรงกันข้าม มิตรแท้ในตนเองไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่ทำให้สังคมนั้นๆมีแต่ความเจริญ ส่วนมิตรเทียมในตัวเองไปที่ไหนก็จะทำให้ที่แห่งนั้นเสื่อม หากอยู่ในประเทศก็จะทำให้ประเทศนั้นเสื่อม 

ธรรมะ แปลว่า อะไร

ธรรมะ แปลว่า ความจริง

พระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม หมายถึงว่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความจริง ความจริงที่มีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านมองอะไรก็ทราบทุกเรื่องราว เพราะท่านนั่งสมาธิมาเยอะ ใจท่านใส ท่านเห็นความจริงในเรื่องต่างๆ จึงเอาความจริงเหล่านั้นมาสอนเรา

หลวงพ่อกล่าวว่า แผนผังภาพที่หลวงพ่อเอามาสอนเรานี้ หลวงพ่อปฏิบัติธรรม ใจใสพอประมาณ จึงสามารถเขียนหัวข้อธรรมที่พระพุทธเจ้าสอน นำมาสอนพวกเราต่อ ใครใจใสมากกว่านี้ ก็อาจจะเขียนแผนภาพได้ดีกว่าก็ได้ หากทำตามแผนผังภาพ บุญจะเกิดตลอดเส้นทาง

บุญเกิดอย่างไร

หลวงปู่ฯมอบสมบัติไว้ให้โลก ค้นพบที่ตั้งของใจ คือ ฐานที่ 7 (ตามภาพด้านบน) ท่านบอกว่า สมาธิต้องทำให้ได้ทุกอริยบท ยืน เดิน นั่ง นอน ใจจึงจะเป็นบุญเป็นกุศล ถ้าเอาใจไปวางไว้ที่ฐานใจเมื่อไร ทำใจให้นิ่ง ๆ ใจจะใสสว่าง ไม่ว่าจะทำอะไร ใจก็จะสว่างต่อเนื่องและใจไม่ตก ใจใสก็จะเห็นความจริงทุกอย่าง

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันต์ นำใจมาวางไว้ที่ฐานที่ 7 ทำใจให้นิ่งๆ ทุกอริยบท โดยการปฏิบัติมรรคมีองค์8 ใจสว่างจึงมองเห็นความจริงของทั้งหมด การจัดเดินพระธรรมยาตรา เพื่อฝึกให้ใจหยุดในสิ่งแวดล้อมที่ไม่วุ่นวาย เพื่อให้ได้รู้ตัวว่า การทำสมาธิมีความจำเป็น ไม่ใช่ทำเฉพาะท่านั่ง แต่ต้องทำได้ทั้ง ท่ายืน ท่าเดิน ท่านั่ง ท่านอน

มนุษย์มีศักยภาพมากมาย เพียงแต่ไม่ได้นำออกมาใช้งาน มีความทรหดอดทน ไม่งั้นก็ไม่สามารถเดินธรรมยาตราได้ ขอเพียงได้ฝึก เดี๋ยวก็ทำได้ เมื่อได้ทำ ไม่ว่าเรื่องฉันอาหาร เครื่องนุ่งห่ม หรือ การดำรงชีวิตขณะบวช ฝึกปฏิบัติไปตามที่พระพุทธเจ้าสั่งสอน บุญก็จะเกิด ทำใจให้นิ่งๆ ใสๆ ในทุกอริยบท ฝึกใจให้ผ่องใสตลอดเวลา บุญก็เกิดอย่างมหาศาล ทำอะไรก็สำเร็จ 

ใจใส ใจนิ่ง อยู่ที่ฐานที่ 7 ก็จะคิดดี พูดดี และก็ทำดี การให้ฝึกซ้อมเดินธรรมยาตรา เพื่อให้ทราบว่า การยืน เดิน นั่ง นอน ฝึกใจให้ใส ๆ นำใจมาไว้ที่ฐานที่ 7 เวลาสึกออก หรือ ที่ยังบวชต่อ นี้คืองานสำคัญของเรา เหมือนลมหายใจเข้าออก รู้แล้ว ไม่ง่าย ไม่ยาก แต่ก็ต้องทำ 

สมาธิเป็นอย่างไร เวลาใจนิ่งๆ ก็เป็นสมาธิ หากฝึกใจไว้ที่ฐานที่  7 ก็จะเห็นดวงธรรมเอง บุญเริ่มเกิด  หากฝึกสมาธิมากเข้าๆ ใจนิ่งสนิท เข้าไปในดวงธรรม ติดอยู่ในดวงธรรม ก็จะเกิดเป็นโรงงานผลิตบุญ ทันที ตัวเราก็เป็นตัวผลิตบุญ ใครมาทำบุญกับเรา เขาก็จะได้บุญเยอะ 


 ครั้งนี้ พระธรรมทายาท บวชต่ออีก 500 รูป หลวงพ่อขออนุโมทนาบุญ ก็ใครไม่มีกิจใด ก็ขอให้อยู่สร้างบารมีต่อ ไปปฏิบัติธรรมที่ เวิลด์พีส เขาใหญ่ ทำสมาธิให้ใจใส ใจนิ่งมากยิ่งขึ้นในทุกๆอริยบท เมื่อจะไปไหน หรือ ลาสิกขาในอนาคต มีความมั่นคงในการฝึกใจให้ตนเองกลายเป็นโรงงานผลิตบุญ ตัวเราเป็นมิตรแท้ได้อย่างดี ตัวเราก็ทำให้สถานที่นั้น ๆเจริญรุ่งเรือง และประเทศไทยก็จะได้ต้นแบบดีๆ คือ เรา เป็นครูดี เป็นบุคคลดีๆ เป็นที่กราบไหว้ของมนุษย์และเทวดา ที่แน่ๆ ลูก หลาน ญาติ ๆ เราก็ไปสอนเขาได้อย่างดี เพราะเราฝึกตนเอง จนกลายเป็น "โรงงานผลิตบุญ" 

อย่าลืม ไม่ว่าจะกลับไปหาครอบครัว หรือ ยังคงอยู่ในเพศพระ ขอให้สวดมนต์ทำวัตรอย่าขาด และสะอาด ระเบียบ เป็นหัวใจในการฝึกคนทุกระดับ ลูกหลานเราได้ฝึก ก็จะไม่ชั่ว เขาก็จะเป็นคนดี

แผนผังการห้ามลูกไม่ให้ทำความชั่ว ในระดับต่าง ๆ 

สรุป หัวใจการเป็นคนนิสัยดี เป็นบุคคลกรที่ดีทุกระดับ คือ สะอาด และระเบียบ เมื่อฝึกฝนได้ใจให้นิ่งๆ ใสๆ ทำอะไรก็สำเร็จ ไปที่ไหนก็เป็นบุคคลที่ดี และเป็นต้นแบบให้ทุกคน สอนทุกคนไม่ให้ทำความชั่ว เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา สังคมนั้น ๆ ก็เจริญรุ่งเรือง รักษาพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

หลวงพ่อทัตตชีโว ฝากไว้เป็นข้อปฏิบัติว่า : ไม่ว่าพระ หรือ ญาติโยม สิ่งใดที่ได้ปฏิบัติอบรมมาดีแล้ว ก็ขอให้ไปประพฤติปฏิบัติให้ดียิ่ง ๆขึ้นไป เผยแผ่ออกไปให้ทั่ว ให้กว้าง ให้ไกล และเมื่อพระพุทธศาสนา ต้องการตัวเมื่อไร ก็ขอให้รีบมาทำ ไม่ใช่เฉพาะพระพุทธศาสนาที่มีวัดพระธรรมกายเท่านั้น วัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย หากว่ามีภัย ก็ขอให้ช่วยกันลุกขึ้นไปดูแล เพราะเป็นหน้าที่ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบไว้ให้ชาวพุทธบริษัททำหน้าที่ดูแล เมื่อทำอย่างนี้ ก็ขอให้มีอายุ วรรณโณ สุขขัง พลัง ทุกรูป ทุกคน ให้ได้บุญเยอะๆ

 


อนุโมทนาบุญทุกรูป ทุกคน ทั่วโลก

โปรดอย่าลืม!!! เมื่อทุกท่านสร้างบุญใหม่วันนี้เสร็จแล้ว ขอให้ทุกท่านได้บันทึกปฏิทินบุญประจำวัน ตามคำแนะนำที่คุณครูไม่ใหญ่ให้โอวาทไว้ ในช่วงวันปีใหม่ 1 มกราคม 2565 เพื่อความปลื้มปีติในบุญ ทุกครั้ง ทุกท่านทำได้บนมือถือตามระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ หรือ iOS โหลดแอพพิเคชั่นปฏิทิน มาใช้งานได้ตามสะดวก และตามที่ชอบ

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น