พิธีจุดประทีป เส้นทางพระผู้ปราบมารลำดับที่ 6 วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ รำลึกถึงสถานที่ค้นคว้า และเผยแผ่วิชชาธรรมกาย วันที่ 28 มกราคม 2565
พิธีจุดประทีป : เมื่อประธานสงฆ์นำนั่งสมาธิ และแผ่เมตตาเสร็จแล้ว พร้อมกับได้มีคลิปธรรมยาตรา ให้ทุกคนได้ชมย้อนหลังที่เดินธรรมยาตรา ไปที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ
ทบทวนโอวาทคุณครูไม่ใหญ่
ประธานสงฆ์ได้อ่านทบทวนโอวาทคุณครูไม่ใหญ่ ดังนี้ ....
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ : วันที่ 28 มกราคม พุทธศักราช 2565
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สถานที่ทำวิชชาสู้รบปรบมือกับพญามาร
พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมาร
เมื่อมาเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดปากน้ำภาษีเจริญ ท่านก็เป็นทั้งครูและนักเรียน
เป็นครู คือ สอนสมาธิไปด้วย แล้วก็มีผู้บรรลุธรรม เข้าถึงธรรมกาย เพิ่มขึ้นอีกมากมาย
เป็นนักเรียน คือ ท่านก็ศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายต่อไปด้วย
จนกระทั่งพบเรื่องราวเกี่ยวกับหน้าที่ของท่าน
และทีมงานของท่าน ที่ท่านจะต้องลงมาเกิดมาทำหน้าที่ ที่สำคัญ ที่จะมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม
ที่จะไปขจัดต้นต่อของกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไป ตรวจตรามองกันเรื่อยไป ศึกษาไปเรื่อย
โดยการเข้ากลางของกลางไปตามลำดับ
ในที่สุดก็รวบรวม ธาตุธรรมพิเศษ ที่บังเกิดเพื่อการณ์นี้
ที่จะศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกาย รวมกันได้เป็นกลุ่ม เป็นก้อน ตั้งแต่ท่านอายุได้ 47 ปี
ก็เริ่มที่จะทำสงครามภายใน ซึ่งเป็นสงครามที่แท้จริง เป็นสงครามที่ไม่ได้ใช้ศาสตราวุธยุทโธปกรณ์
ไม่มีการพลัดพราก มีแต่ความสุข และ ความบันเทิง ทุกขั้นตอนการทำสงครามที่แท้จริง กับกิเลสอาสวะ
และพญามารภายใน
ศึกษาค้นคว้ากันเรื่อยไป โดยแบ่งเป็น 2 กะ
กลางวัน 6 ชั่วโมง กลางคืน 6 ชั่วโมง
ค้นคว้ากันเรื่อยไป
จนกระทั่งถึงยุคที่ คุณยายอาจารย์ของเรา ได้มีส่วนสำคัญในการเข้าสู่สมรภูมิรบที่แท้จริง
รบกันด้วย "ธรรมาวุธ" ด้วย "ธรรมกาย" ไม่มีการสูญเสียใด ๆ ทั้งสิ้น
นอกจากบุญบันเทิง มีความสุขทุกขั้นตอน
กระทั่งเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดการรบราฆ่าฟันกันไปทั่วโลก
ท่านก็ศึกษาค้นคว้าไปด้วย แก้ไขทุกข์มนุษย์ไปด้วย แก้ไขไม่ให้มนุษย์รบกันเอง
เพราะมนุษย์ไม่ได้รู้ว่า เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต
ถูกเขาจับเป็นจิ้งหรีดให้กัดกัน โดยเอากิเลสอาสวะมาบังคับ และบดบัง ไม่ให้รู้เป้าหมายในชีวิตของตนเอง ไม่ให้รู้ว่า เป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่ เป็นน้องกัน ไม่ให้รู้เรื่องราวว่า จะต้องไปสู่ที่สุดแห่งธรรมด้วยกัน ให้รบกันไปอย่างนั้น ท่านก็พยามแก้ไข เหตุในเหตุกันเรื่อยไป โดยทำทั้งกลางวันและกลางคืน
มีทีมงานซึ่งเป็นธาตุธรรมพิเศษอยู่จำนวนหนึ่ง ทั้งอุบาสิกา และ พระ เณร ให้ประกอบวิชชาธรรมกายกัน คุณยายอาจารย์อุบาสิกาของเรา ท่านก็เป็นหนึ่งในนั้น ท่านเป็นหัวหน้าเวรขาดรู้ ซึ่งจะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องเหตุผลที่จะตอบกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯที่ซักถามตามหลักวิชชา ทั้งหยาบ และ ละเอียด หยาบก็ถามเกี่ยวกับเรื่องสงครามโลก ละเอียดก็สงครามภายใน ก็แก้ไขกันไป จนกระทั่งสงครามโลกสงบลง
คุณยายฯของเรา ได้รับการยกย่องจากปากของพระเดชพระคุณหลวงปู่ว่า "เป็นหนึ่งไม่มีสอง" คือ สู้อย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันที่เดียว โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดเลย มุ่งไปสู่ที่สุดอย่างเดียวเท่านั้น พูดครั้งเดียว มีพยานที่เป็นหลักฐานหลายท่านรับรองคำพูดของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ซึ่งคุณยายฯท่านก็รับฟังด้วยใจที่เป็นปกติ
การศึกษาวิชชาธรรมกาย เป็นเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้ง จิตต้องบริสุทธิ์และไม่มีอะไรเหนี่ยวรั้ง ไม่เกาะเกี่ยวกับเรื่อง คน สัตว์ สิ่งของ จึงจะไปรู้เรื่องราวทั้งสิ้นเหล่านี้ได้ เพราะเรื่องราวเหล่านี้มันเหลือวิสัยและยากต่อการเข้าใจด้วยวิธีการให้เหตุผลธรรมดา หรือจะไปหาหลักฐานอ้างอิง หรือจะใช้นึกคิดด้นเดาเอานั้นนะ ไม่ได้..และก็นอกหนือจากนักการศาสนา หรือปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาได้ศึกษาค้นคว้า เหมือนใบไม้ในป่าประดู่ลาย ซึ่งสมัยหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านกอบใบไม้มากำมือหนึ่ง และถามพระภิกษุว่า ใบไม้ในป่าประดู่ และใบไม้ในกำมือ ส่วนไหนมีมากกว่ากัน ภิกษุก็ตอบว่า ใบไม้ในป่าประดู่มีมากกว่า ใบไม้ในกำมือ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็ได้กล่าวเอาไว้ว่า สัพพัญญุตญาณของเรานั้น รู้แจ้ง เห็นแจ้ง แทงตลอด ในสรรพสัตว์ และสรรพสิ่งทั้งปวงโดยไม่มีขอบเขตจำกัด แต่ว่าสิ่งที่เราเอามาสอนเธอนี้ มีเพียงนิดเดียว เพื่อเป็นทางหลุด ทางพ้น จากกิเลสอาสวะ จากภพทั้งสาม จากกฎแห่งกรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งเท่านั้น วิชชาธรรมกายเหมือนใบไม้ในป่าใหญ่ ซึ่งปราญช์ทางพระพุทธศาสนานั้น ไม่ได้ให้โอกาสกับตัวเองในการศึกษาธรรมปฏิบัติให้มันลึกซึ้งขึ้นไป ก็ยากต่อการที่จะเข้าใจ แม้แต่นักวิชาการทางพระพุทธศาสนาในระดับโลก เมื่อไม่ได้ให้โอกาสตัวเองศึกษา ก็ยากที่จะเข้าใจในสิ่งนี้ได้
เพราะฉะนั้น คำว่า "วิชชาธรรมกาย" จึงรู้กันอยู่ขอบเขตจำกัดสำหรับธาตุธรรมพิเศษ คือในโรงงานทำวิชชาเท่านั้น นอกนั้นก็รู้แต่เพียงว่า ธรรมกาย คือ พระรัตนตรัยภายใน เป็นที่พึ่งที่ระลึก ไปนรกก็ได้ ไปสวรรค์ก็ได้ แม้ไปนิพพานก็ยังได้ ไปนรกสวรรค์ ไปจับมือถือแขนสัตว์นรกหรือชาวสวรรค์ได้ ไปพูดจาโต้ตอบกันได้ ญาติบิดามารดา ปู่ย่าตายาย ไปตกนรก พระธรรมกายไปช่วยได้ ด้วยอานุภาพของพระธรรมกายที่ไม่มีประมาณ นี้คือสิ่งที่คนอยู่นอกโรงงานทำวิชชาเข้าได้เพียงเท่านี้แค่นั้น แต่ลึกซึ้งไปกว่านั้น ก็รู้กันในขอบเขตจำกัดจริง ๆ
วิชชาธรรมกายนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะเอาชนะพญามารได้ ที่จะทำให้สันติสุข และสันติภาพของโลกที่แท้จริงบังเกิดขึ้น นอกเหนือจากนี้แล้ว สันติภาพและสันติสุขที่แท้จริงของโลกไม่อาจที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ทั้งสิ้น
สุดท้ายนี้ด้วยบุญที่ทุกคนได้มาร่วมใจกัน ประกาศพระคุณของพระเดขพระคุณหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมาร เดินธรรมยาตรา เส้นทางพระผู้ปราบมารด้วยความเคารพเลื่อมใส ก็จะทำให้เราได้รับอานิสงส์ ทำให้เกิดในตระกูลสูง จะเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพนับถือกราบไหว้ จะเป็นที่ยกย่องของมหาชน จะเป็นที่เคารพรักทั้งของมนุษย์และเทวดา กิตติศัพพ์อันดีงามของเรา จะฟุ้งขจรขจายไปทั่ว เราจะได้เกิดในร่มเงาพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย จะเป็นผู้มีศรัทธาตั้งมั่น เป็นสัมมาทิฐิบุคคล จะได้มนุษย์สมบัติอันเลิศ ถึงพร้อมด้วย รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ จะมีสมบัติตักไม่พร่อง จะมีสมบัติอัศจรรย์ในภพชาติที่มาบังเกิด เมื่อมีทรัพย์แล้ว ก็จะไม่ตระหนี่ จะมีโอกาสได้ทำบุญ ในบุญเขตอันเยี่ยมกับทักขิไนยบุคคล จะมีสุขคติโลกสวรรค์เป็นที่ไป และก็จะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน โดยเร็วพลันเทอญ...
ชมคลิปเสียงหลวงปู่ฯพระมงคลเทพมุนี(สด จฺนทสโร) พระผู้ปราบมาร : คำพูดเสียงอธิบายการศึกษาวิชชาธรรมกาย "ปักหลักสู้ ปักหลักสอน ไม่ถอนถอย"
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ
- ช่องยูปทูป ของ GBN LIVE พิธีจุดประทีปถวายเป็นพุทธบูชา โครงการธรรมยาตราปีที่ 10 : ระลึกถึงวัดปากน้ำ วันที่ 28 มกราคม 2565
ขอกราบแทบเท้าหลวงปู่วัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จททสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระผู้ปราบมารสำเร็จ สาธุ
ตอบลบน้อมกราบนมัสการหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ
ตอบลบพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชา
ธรรมกาย พระผู้ปราบมาร ด้วยความเคารพ
อย่างสูงยิ่งครับ สาธุ สาธุ สาธุครับ
🌷🌷🌷
ตอบลบอนุโมทนาบุญนะสาธุ
ตอบลบอนุโมทนาบุญกับบทความดีๆแบบนี้ครับ
ตอบลบ