วันมหาปูชนียาจารย์ : ทบทวนบุญพิธีอัญเชิญมยุรนาวากาศ

พิธีอัญเชิญมยุรนาวากาศ จุดประทีป และการเจริญพุทธมนต์ บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ 

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ณ วัดพระธรรมกาย

 

นับว่าวันมหาปูชนียาจารย์ เป็นงานสำคัญงานหนึ่งของลูกศิษย์หลานศิษย์ทั่วโลก มีงานบุญตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพื่อบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ทั้ง 3 ท่าน เริ่มตั้งแต่การทำบุญถวายภัตตาหารในช่วงเช้าและเพล ช่วงบ่ายก็เป็นพิธีอัญเชิญมยุรนาวากาศ ซึ่งมีคณะภิกษุสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ได้เดินเป็นขบวนเพื่ออัญเชิญมยุรนาวากาศ ตั้งแต่อาคารพระผู้ปราบมาร มาถึงอาคารร้อยปี ต่อมาช่วงเย็นจึงเป็นพิธีสวดมนต์เจริญพุทธมนต์ ฉลองชัย ชิตังเม สวดมนต์บทธัมมจักรกัปปวัตตสูตร 4,086,000,000 จบ เป็นอันเสร็จพิธี เวลาประมาณ 22.00 น.
 
มหาปูชนียาจารย์ทั้งสามท่านคือใคร และมีความเป็นมาอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไร สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ที่บทความที่ผ่านมา ได้ที่นี้ 
 
พอจะสรุปได้ว่า พระเดชพระคุณปลวงปู่ฯพระมงคลเทพมุนี(สด จนฺทสโร) เป็นบุคคลที่ค้นพบวิชชาธรรมกายคืนกลับมาได้อีกครั้ง เป็นวันละสังขารท่านเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2502 ส่วนคุณยายทองสุก สำแดงปั้น ก็เป็นศิษย์เอกของท่าน เป็นวันละสังขารของท่านเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 และคุณยายฯอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ก็เป็นศิษย์เอกของหลวงปู่ฯ และเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายเป็นอาจารย์ของคุณครูไม่ใหญ่และคุณครูไม่เล็กและของลูกศิษย์ทุกคน เป็นวันสลายร่างของท่านเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 นับว่าทั้ง 3 วาระตรงกันในวันที่ 3 กุมมภาพันธ์ พอดีเลย
 
มหาปูชนียาจารย์เป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพรักและศรัทธาของลูกศิษย์หลานศิษย์ที่ได้รู้จักและสร้างบารมีมากับท่าน  ศิษยานุศิษย์ก็ได้น้อมใจพร้อมกันทั่วโลกเพื่อตรึกระลึกนึกถึงบุคคลสำคัญต่อพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายของทั้งสามท่าน ซึ่งมหากรุณาของท่านเหล่านี้มีมากมายมหาศาล เปรียบเหมือนประทีปธรรมส่องนำทางชีวิต และเป็นต้นบุญต้นแบบลูกศิษย์ทุกคนในการสร้างบารมี ได้ดำเนินตามรอยปฏิปทา ได้รู้จักวิธีการสร้างบารมีที่ถูกต้องดีงามตามพุทธวิธี และได้รู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต เรื่องราวกฎแห่งกรรม จนทำให้เกิดความเข้าใจแจ่มแจ้ง และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ทั้งภัยในอบาย และภัยในสังสารวัฏ
 
พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯพระมงคลเทพมุนี(สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร ท่านเป็นครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย วิชชาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สูญหายไปหลังพุทธปรินิพพาน 500 ปี นับเป็นการหวนคืนการพ้นทุกข์สรรพสัตว์โดยแท้ เพราะรัตนตรัยภายในทำให้มนุษย์ทุกคนแจ่มชัดภายในได้ว่า มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี 
 
 

แต่สำหรับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมาร ท่านสวมดวงใจเหมือนพระบรมโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย ท่านทำยิ่งไปกว่านั้นอีก คือ ท่านมุ่งขจัดต้นเหตุในกิเลสอาสวะ จะปราบมาร รื้อสัตว์ขนสัตว์ไปสู่ที่สุดแห่งธรรม และปฏิปทาในการสร้างบารมีของท่านก็เป็นแบบไร้ขีดจำกัด ไม่มีกำหนดเวลา หมายความว่าจะสร้างบารมีอีกยาวนานไปอีกกี่ภพกี่ชาติไม่สำคัญ สำคัญว่าจะต้องไปถึงที่สุดแห่งธรรมให้จงได้
 
มหาปูชนียาจารย์ท่านที่ 2 คือ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกา ทองสุก สำแดงปั้น  ท่านคือครูผู้เป็นนักเผยแผ่ และเป็นวิปัสสนาจารย์ผู้มีชื่อเสียงสำคัญในยุคของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมาร ที่ท่านปรารถนาขยายธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ
 

ภายหลังที่คุณยายอาจารย์ ทองสุก ท่านได้ปวารณาตนเองไปเข้ามาบวชเป็นอุบาสิกาแม่ชีแล้ว ท่านก็เข้มงวดกับตนเองในด้านวิปัสสนาอย่างเต็มที่ จนเป็นผู้เชี่ยวชาญ มั่นคง และได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจากพระเดชพระคุฯหลวงปู่ฯ ให้เป็นครูสอนภาวนา ออกเผยแผ่ธรรมะ และด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีศิลปในการถ่า่ยทอด ท่านก็จะเรียบเรียงถ้อยคำ ลำดับเหตุ ลำดับผล จัดวางความยากง่าย เหมาะสมกับศิษย์ จนกระทั่งได้เข้าถึงแก่นของธรรมะ และได้นำเรื่องราวมาเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยให้มีความกระจ่างแจ้งแก่เนื้อหา จนทำให้ผู้มีบุญจำนวนมากได้มีโอกาสมาเข้าถึงธรรมภายในตามแบบอย่างท่านเป็นจำนวนมาก

มหาปูชนียาจารย์ท่านที่ 3 คือ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง คือครูผู้สืบสายธรรม และเป็นครูผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย อริยสถานที่ที่นำพามวลมนุษยชาติให้พ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร โดยเฉพาะท่านเป็นศิษย์ที่ยึดมั่นในคำสั่งสอนของครูอาจารย์ที่จะสืบสานงานพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ไปทั่วทั้งโลก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ท่านได้รวลรวมพระภิกษุและผู้มีบุญมาก่อร่างสร้างวัดพระธรรมกาย
 


ด้วยมโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ "สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดีที่โลกต้องการ" ใขนณะเดียวกันนั้นท่านก็ได้ถ่ายทอดธรรมะ อันเกิดจากการเข้าถึงพระธรรมกายภายในที่ละเอียดลึกซึ้ง ให้แก่เหล่าศิษยานุศิษย์ได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดการส่งต่อมรดกธรรมมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมาร และแผ่ขยายออกไปยังต่างแดน โดยมีทั้งพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา เป็นตัวแทนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก ทำให้มีชาวโลกมากมาย ที่แตกต่างเชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์ ต่างศาสนา ต่างความเชื่อ สามารถที่จะค้นพบความสุขภายในที่เกิดจากการเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน
 
วันนี้จึงเป็นวันสำคัญต่อลูกศิษย์หลานศิษย์ ที่ได้มีโอกาสรวมใจน้อมนำบุญ รำลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของมหาปูชนียาจารย์ทั้งสามท่าน และยังได้มารำลึกถึงคุณธรรม ธรรมที่งดงาม น่ายกย่องสรรเสริญควรค่าแก่การนำไปเป็นแบบอย่างแก่การดำเนินชีวิต อันจะเป็นไปในการปิดประตูอบาย เปิดประตูสวรรค์มั่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน เพราะทุกถ้อยคำโอวาท เปรียบเหมือนถ้อยคำเพชร ถ้อยคำพลอย ทุกแบบอย่างของมหาปูชนียาจารย์นั้น ก็เปรียบเสมือนคัมภีร์เล่มใหญ่ เป็นเข็มทิศที่ชี้นำทางชีวิตให้เหล่าศิษย์ได้รู้จักแบบอย่างการสร้างบารมีที่ถูกต้องดีงาม 

และได้รู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต รู้เรื่องราวกฎแห่งกรรม เป็นคำที่เกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง และดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยบนโลกใบนี้ และได้สร้างบารมีตามติดและติดตามมหาปูชนียาจารย์ทั้งสามท่าน ตราบกระทั่งไปถึงที่สุดแห่งธรรม

ประมวลภาพพิธีอัญเชิญมยุรนาวากาศ


ประมวลภาพพิธีจุดประทีปบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์

 

ประมวลภาพพิธีสวดเจริญพุทธมนต์ ธัมมจักรกัปปวัตตสูตร


 

ชมวิดีโอพิธีอัญเชิญมยุรนาวากาศ พิธีจุดประทีป และสวดมนต์ธัมมจักรกัปปวัตตสูตร ฉลองชัย ชิ ตังเม บรรลุเป้าหมาย 4,087,000,000 จบ

 
 
 

อนุโมทนาบุญ ทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้

 

โปรดอย่าลืม!!! เมื่อทุกท่านสร้างบุญใหม่วันนี้เสร็จแล้ว ขอให้ทุกท่านได้บันทึกปฏิทินบุญประจำวัน ตามคำแนะนำที่คุณครูไม่ใหญ่ให้โอวาทไว้ ในช่วงวันปีใหม่ 1 มกราคม 2565 เพื่อความปลื้มปีติในบุญ ทุกครั้ง ทุกท่านทำได้บนมือถือตามระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ หรือ iOS โหลดแอพพิเคชั่นปฏิทิน มาใช้งานได้ตามสะดวก และตามที่ชอบ 

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

3 ความคิดเห็น:

  1. กราบอนุโมทนาบุญกับคณะพระภิกษุ
    อุบาสกและอุบาสิกาวัดพระธรรมกาย
    ที่อัญเชิญมยุรนาวากาศ บูชาธรรม
    มหาปูชนียาจารย์ เนื่องในวันมหาปูชนีย์จารย์
    วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565
    ด้วยครับ สาธุ สาธุ สาธุครับ

    ตอบลบ
  2. กราบอนุโมทนาบุญครับ ปลื้มๆครับ สาธุครับ

    ตอบลบ