Happy New Year 2565 : โอวาทปีใหม่ EP. 2 คุณครูไม่ใหญ่สอนวิธีการบันทึกปฏิทินบุญ

หลักฐานการยืนยันลิขิตชีวิตในภพหน้า


หลวงพ่อทัตตชีโว...ท่านได้อ่านทบทวนโอวาทต่อว่า...
ส่วนเศษของบุญที่เอาไว้ใช้ในเมืองมนุษย์ส่งผลให้ภพชาติถัด ๆไปอีกยาวนาน เราจะมีชีวิตสุขสำราญ มีอุปกรณ์ในการสร้างบารมีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปัจจุบันนี้ ที่เราประกอบเหตุในการสั่งสมความดีเอาไว้ (สั่งสมเอาไว้ชาติหน้านั้นเอง) คราวนี้  ปัจจุบัน เราใช้บุญเก่าไปทุกวัน ๆ แต่ถ้าบุญใหม่นาน ๆทำที…

(หลวงพ่อทัตตชีโว ท่านยกตัวอย่างว่า…ปีใหม่ทีค่อยตักบาตร แล้วใช้บุญเก่าไป 364 วัน แล้วมันจะว่าอย่างไรกันละลูกเอ๋ย…)

ปัจจุบัน เราใช้บุญเก่าไปทุกวัน ๆ แต่ถ้าบุญใหม่นาน ๆทำที… ปีหนึ่ง ทำวันเกิด กับ วันขึ้นปีใหม่….

(หลวงพ่อทัตตชีโว พูดเสริมว่า…พอดีวันเกิดเราตรงกับวันปีใหม่..เฮอะ..ปีหนึ่งทำหนเดียว แล้วมันจะไปอย่างไรกันละลูก…)

นาน ๆ ทำบุญที แล้วเราจะไปหวังเอาดีในภพเบื้องหน้าได้อย่างไร

เราเป็นผู้ออกแบบชีวิต ไม่ใช่ใครจะมาลิขิตชีวิตของเรา (หลวงพ่อทัตตชีโว พูดเสริมว่า…ตรงนี้ต้องชัดเจน บางศาสนาเขาก็บอกว่า พระเจ้าของเขาเป็นผู้ลิขิตชีวิต บางศาสนาเขาก็เชื่อว่าพระพรหมลิขิตชีวิต จากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าออกตรัสว่า บุญ ปาบ เป็นตัวลิขิตชีวิตของเรา คือ ใจหมอง ใจใส และบุญปาบ นั้น ใครทำ ก็เราทำเองนะซิ จะใครอีกล่ะ เมื่อเราเป็นคนสร้างบุญสร้างปาบเอง เพราะฉะนั้นผู้ออกแบบชีวิตให้เรา ก็คือตัวของเรา ไม่เกี่ยวกับเทวดาฟ้าดินที่ไหน)

เราเองเป็นผู้ออกแบบชีวิตไม่ใช่ใครจะมาลิขิตชีวิตของเรา เราอยากจะให้ชีวิตของเราในปัจจุบันและในภพต่อๆไปเป็นอย่างไร ก็แล้วแต่ใจของเราจะไขว่คว้าเอามา อยากจะให้ชีวิตรุ่งเรืองในภายภาคหน้า (หลวงพ่อทัตตชีโว พูดเสริมว่า…ตั้งแต่ปีใหม่วันนี้วันที่ 1 มกราคม ตั้งใจวางผังสร้างบุญไป อย่าให้มีผังสร้างปาบติดตัวไป ไม่เอาน่า วางผังว่าจะไปตกปลาที่นั้น…เลิกซะนะลูก..วางผังว่าจะไปกินเหล้า เข้าบาร์…เลิกซะลูก)

 วิธีการในการสร้างบุญกุศล 

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเอาไว้แล้ว บุญกิริยาวัตถุ 3 ที่แปลว่าทางมาแห่งบุญ 3 ทาง คือ ทาน ศีล ภาวนา เราก็ต้องทำ ถ้าเราไม่ทำก็ไม่ได้บุญมาใช้ อยู่ๆจะให้บุญหล่นทับนั้นมันไม่มี (หลวงพ่อทัตตชีโว เสริมว่า...คำนั่นเป็นสำนวนขี้เมา บุญที่ไหนมันจะหล่นทับ พอ ๆกับก้อนเมฆที่ไหนจะหล่นทับ…ไม่มี.. ขนาดก้อนเมฆฝนจะต้องสร้างบรรยากาศ ไม่มีตกให้หรอก ) ถ้าเราไม่ทำก็ไม่ได้บุญมาใช้ อยู่ๆจะให้บุญหล่นทับนั้นไม่มี หรือจะหวังแค่อนุโมทนาบุญกับคนอื่น หรือหวังให้เขาทำบุญแล้วอุทิศบุญแบ่งให้เรา ก็ได้ทีละนิดทีละหน่อย (ท่านได้พูดเสริมอีกว่า...เหมือนฝนตกกะปริดกะปรอยนะลูกเอ๊ย อย่าไปหวังเลย บางคนนะหวังให้ เราทำบุญ อีกหน่อยลูกก็ทำบุญกรวดน้ำอุทิศไปให้ เราเป็นพ่อมันยังไม่ค่อยได้ทำบุญกรวดน้ำอุทิศให้ปู่เลยนะ แล้วลูกมันจะทำให้เรา หวังลม ๆ แล้ง ๆ ตายเปล่า อย่าไปยืมจมูกคนอื่นเขาหายใจ ไปยืมจมูกลูก ยืมจมูกหลานหายใจ โธ่…ขนาดมีชีวิต ให้มันทีละหยด 2 หยด ขนาดทีชีวิตอยู่ยังว่ากันเป็น อึก ๆ เลย แล้วลูกหลานกรวดน้ำให้ที่ละหยด สองหยด ไม่อิ่มหรอก คอแห้งตาย)

หวังให้เขาทำบุญแล้วอุทิศบุญแบ่งให้เรา ก็ได้ทีละนิดทีละหน่อย หยด 2 หยด อย่าหวังเลย อย่าไปยืมจมูกคนอื่นเค้าหายใจ (สู้เราทำเองไม่ได้หรอกลูกเอ๊ย ทำกับมือมันได้บุญมากกว่านะลูกนะ…ทำไมล่ะ ก็มันเต็มไม้เต็มมือ) อุปกรณ์ในการสร้างบารมีในอนาคต….(ก่อนที่หลวงพ่อ ท่านจะอ่านทบทวนโอวาท เรื่องอุปกรณ์ในการสร้างบารมี ก็ได้อธิบาย เรื่อง บุญและบารมี)

บุญ และ บารมี ต่างกันอย่างไร

หลวงพ่อทัตตชีโว ท่านพูดเสริมว่า…เมื่อกี้พูดถึงบุญ ตอนนี้พูดถึง บารมีบุญกับบารมี เหมือนกันไหม เรื่องเดียวกันนั้นแหละแต่ว่าคนละเกรดกัน บุญที่เราทำนั้น เมื่อทำมากเข้า ๆ บุญบางอย่างทำด้วยความเต็มใจ 

บุญอีกอย่างก็ไม่เต็มใจ หรือ ไม่เต็มใจทำ แต่ว่าเป็นบุญฉุกละหุก อารมณ์ค้างในตอนนั้น แต่เต็มใจในการทำทาน อารมณ์ค้างในตอนนั้น แต่เต็มใจในการนั่งสมาธิ แต่ตอนนั่งสมาธิ ใจนิ่งมั่ง ไม่นิ่งมั่ง บุญที่ได้มานั้น แม้ไม่บริสุทธิ์เต็มร้อย ฉะนั้น บุญก็เลยมีหลายเกรด จากการค้นพบของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็พบว่า..อ้อ..บุญที่ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ๆนั้น สะสมเข้าแล้วก็กลั่นตัว ให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น จากบุญกลายเป็นบารมี คล้าย ๆ อะไร ไอน้ำในอากาศ ลอยๆอยู่นั้น พอกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ มันใสแจ๋วกินได้เลย บุญเมื่อกลั่นตัวกลายเป็นบารมี   คุณภาพยิ่งกว่าบุญ มากกว่า ในเรื่องนี้พระเดชพระคุณหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี (สด จฺนทสโร) หลวงปู่ตรวจไปด้วยญาณของธรรมกาย และสรุปเอาไว้ให้ฟังในเชิงปฏิบัติ นอกพระไตรปิฎก อ้อ..มันเป็นอย่างนี้เอง..…เกิดจากการเห็น….

พอมาถึงตรงนี้ พวกเราทุกคนรับฟังเอาไว้..เชื่อ ไม่เชื่อ ไม่เป็นไร พอเข้าถึงพระธรรมกายก็ให้พิสูจน์ด้วยตนเองว่า จริงไหม เรียนธรรมะแล้วมันต้องจริงกันแบบนี้ แต่ละเรื่องๆ ที่ปรากฏว่าในพระไตรปิฎก ไปทำตามนั้นดูว่าทำแล้วมันตรงกันไหม แต่ไหนแต่ไร เขาพิสูจน์กันแล้ว ก็ตรงกันทุกที แต่บางอย่างขาดการบันทึกบ้าง บันทึกไว้แต่บางอย่างไม่ได้ตกทอดมาถึงเรา

บารมี 10 ทัศ

ส่วนบารมี นั้น เราได้ยินแค่บารมี 10 ทัศ แต่ว่าจาก “บุญ” กลั่นมาเป็นบารมีอย่างไร แม้กลั่นตัวอยาก อ่านพระไตรปิฎกหาไม่เจอ เจอแต่ว่ากรณี 10 ทัศ คือ

  1. ทานบารมี
  2. ศีลบารมี
  3. เนกขัมมะบารมี
  4. ปัญญาบารมี
  5. วิริยบารมี
  6. ขันติบารมี
  7. สัจจบารมี
  8. อธิฐานบารมี
  9. เมตตาบารมี
  10. อุเบกขาบารมี

มี 10 อย่าง และยังมีอุปบารมี คืออะไร …เรื่องบุญ..บุญที่คุณภาพถึง และคุณภาพไม่ถึง
บุญที่คุณภาพถึงเป็นอย่างไร…เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการให้ทาน พอทำปุ๊ป เป็นบารมีชัดๆเลย แต่ทำทานที่เราทำทานนั้น พอวันเกิดก็ตักบาตรทีหนึ่ง ปีใหม่ก็ตักบาตรทีหนึ่ง เจ็บไข้ได้ป่วยก็ตักบาตรอีกทีหนึ่ง ทำแบบกะย่องกะแย่ง ไม่ใช่ทำแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน คุณภาพของบุญที่เกิดมาก็เลยไม่เท่ากัน คุณภาพที่ทำบุญได้เต็มที่ ก็อย่างหนึ่ง ทำไม่ค่อยเต็มที่ ก็อีกอย่างหนึ่ง มีล้านหนึ่งทำบุญแต่สลึงหนึ่ง แล้วเมื่อไรจะได้บุญเต็มที่ เท่าไหร่ แม้มีบาทนึ่ง ตัดใจทำสลึงหนึ่งซิไม่ธรรมดา มีบาทหนึ่งทำมาซะ 90  สตางค์ อันนี้ตัดใจ บุญมีความสลับซับซ้อนอยู่พอสมควร เอาว่าเต็มใจทำ ทำกับสุดชีวิตจิตใจ ทำโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน อย่างเช่น พระเวสสันดร เขาเรียกว่า บารมี  

หลวงปู่ได้คำนวณเอาไว้ให้ สมมุติว่า ทำบุญได้บุญมาเป็นดวงดวงนะ เป็นดวงกลมๆเหมือนอย่างลูกบอล ถ้าบุญทำแบบนิดๆหน่อยๆ มันก็เป็นอย่างไรหยดน้ำกลมๆ แต่ว่าพอตั้งใจทำน่ะ มันก็เป็นหยดน้ำตอนโตขนาดลูกปิงปองอย่างนี้ ตั้งใจจริงๆ ดวงบุญโตยังกับลูกฟุตบอล บุญเป็นหยอดกลมๆ ละเอียดๆ แต่ก็ทรงกลม หลวงปู่ชี้ให้ดู บอกเอาไว้ให้ วันหลังเข้าถึงพระธรรมกายเราไปดูเอา หลวงปู่คำนวณไว้ให้ดูว่าอย่างนี้

บุญ เป็น ดวงผ่าศูนย์กลางประมาณคืบหนึ่ง กลั่นแล้วจะเหลือเป็นบารมีได้สักนิ้ว พูดง่าย ๆ บุญโตขนาดลูกฟุตบอล กลั่นแล้วเป็นบารมีเหลือแค่ลูกอมก็แล้วกันนะ เอาง่ายๆ เพราะฉะนั้นกว่าจะบารมีเต็มที่ เราก็สร้างบุญมากมาย…

อุปกรณ์ในการสร้างบารมีในอนาคตประกอบไปด้วย 

รูปสมบัติ (หุ่นดีๆ ก็เป็นเงินได้นะลูกนะ หุ่นกระจอกไม่รู้ทำอะไร แต่บ้างคนไปเป็นหุ่นกระจอกก็เป็นตัวตลกได้เหมือนกันนะ) ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขมรรคผล นิพพาน วิชชาธรรมกาย เกิดมาระลึกชาติได้ ก็มีกำลังใจจะสร้างความดีกันตั้งแต่เกิดเลย แล้วเขาก็เข้าถึงธรรมกันตั้งแต่เยาว์วัย มีสมบัติอย่างนี้ครบถ้วนบริบูรณ์ จึงจะเหมาะสมในการเกิดในภพชาติต่อๆ ไป

บุญใหญ่ คือ บุญบวชพระ

เพราะฉะนั้น วันนี้ วันขึ้นปีใหม่ หาเวลาว่างซะ ความจริงเมื่อคืนนี้ตอนจะส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นะ สวดธรรมจักรเสร็จแล้ว นั่งสมาธิให้ตัวตั้ง เอาให้มันสว่างคาตา ตรวจดูบุญของเราอย่างนี้ ถึงแม้ว่าจะเข้าถึงพระธรรมกายในตัวหรือไม่ถึงก็ตามทีล่ะ ถ้าไม่ถึงก็พอจะนึกได้นี่นาตลอดทั้งปีน่ะ บุญใหญ่ๆทั้งปีที่เราทำมันเรื่องอะไรมั่ง ที่แน่ๆแต่ละปี มีการบวชพระสงฆ์ ปีหนึ่งก็เป็นแสน แต่ปีนี้ เอาละ บวช 3,000 หรือ 4,000  ก็ยังดี มาช่วยกัน นี้คือบุญใหญ่ของเราอย่างไรล่ะ เดี๋ยวท่านจะมาเดินธุดงค์ธรรมยาตราอีกละ มาช่วยกันโปรยดอกไม้ต้อนรับท่าน เอาบุญอีกเหมือนกัน

ถ้าเราทบทวนบุญเมื่อคืนส่งท้ายปีเก่าแล้ว ป่านนี้คงวางแผนสร้างบุญสร้างบารมีต่อตลอดปีได้เสร็จแล้ว แต่ว่าเมื่อคืนก็ไม่ได้ทำ ก็ไม่เป็นไร คืนนี้จัดการก่อนที่เรื่องอื่นๆจะเข้ามารกในใจ เลยไม่มีเวลาวางผังสร้างบุญ เลยกลายเป็นว่า  ไม่มีแพลนลิขิตชีวิตตัวเองในปี 2565 มันจะเสียท่า เดี๋ยวบารมีจะหย่อน

อุปกรณ์ในการสร้างบารมีในอนาคต ประกอบไปด้วย รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผล นิพพาน วิชชาธรรมกาย โดยเฉพาะ เกิดมาปุ๊ป ก็ระลึกชาติได้ปั๊ป ก็มีกำลังใจจะสร้างความดีกันตั้งแต่เกิดเลย (แต่เรามีกำลังบุญขนาดนั้นแล้วหรือยังล่ะ ถ้ายังไม่มีปี2565 ก็ต้องสร้างบารมีให้เต็มที่ สิ้นปีนี้มีกำลังบุญชนิดนั้น  ก็แจ๋วเลย) เกิดการมาระลึกชาติได้ก็มีกำลังใจจะสร้างความดีกันตั้งแต่เกิดเลย และมาเข้าถึงธรรมกายตั้งแต่ยังเยาว์วัย มีสมบัติอย่างนี้ครบถ้วนบริบูรณ์จึงจะเหมาะสมกับการเกิดในภพชาติต่อไป (ไม่ใช่เกิดปุ๊ป ภพต่อไป ทั้งพ่อทั้งแม่มีหนี้ท่วมหัว จนตายก็ใช้หนี้ไม่หมด ก่อนตายก็บอกลูกว่า…ลูกเอ่ย ใช้หนี้แทนพ่อที ถ้าเป็นแบบนี้ ก็เสียท่าล่ะ เพราะฉะนั้น สะสมบุญ ปี 2565 เตือนตนเองให้ดีนะ)

คุณครูไม่ใหญ่สอนให้บันทึกปฏิทินบุญทุกวัน : หลักฐานยืนยันการลิขิตชีวิตในภพหน้า

เพราะฉะนั้นในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 นี้เป็นตนไป เริ่มสั่งสมบุญกันเลย อย่าให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียว  ให้เตือนตัวเองด้วยการนำเอาปฏิทินแผ่นตัวโตๆนะ แล้วก็เอาปากกาสีแดงขีดเอาไว้เลย เป็นเครื่องหมายว่า…ทุกๆวันเราได้สั่งสมบุญ ทั้งทาน ศีล ภาวนา ครบถ้วน ทุกคืนก่อนเข้านอน ให้สำรวจตัวเองว่า ตลอดทั้งวันตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งก่อนเข้านอน เราทำความดีครบถ้วนแล้วหรือยัง ทั้งทาน ศีล ภาวนา

หลวงพ่อทัตตชีโว ท่านได้กล่าวเพิ่มเติมว่า…ไปดูซะ ท่านเคยบอกไว้ก่อนนอนให้ทบทวนบุญ ก็เขียนบันทึกผลการปฏิบัติธรรมด้วย หลวงพ่อก็รู้ที่ท่านบอกมานั้น มันเข้าหูซ้าย มันก็พาเข้าหูขวา มันไม่ค่อยได้ผ่านใจเท่าไหร่หรอก เอา…ปีใหม่นี้เอาใหม่เนอะ  ถ้าไม่ไหวจริงๆคืนนี้ง่วงจริงๆ เหนื่อยจริงๆนะ อย่างน้อยไปขีดตรงปฏิทินก็ดี ทาน ทำแล้ว ศีล 5 หรือ 8 ก็ไม่รู้แหละว่า ภาวนารึ…ไม่ได้เต็มที่  ได้แค่สวดธรรมจักร ก็ยังดี แต่วันนี้ภาวนาทำเต็มที่ ช่วยบันทึกผลการภาวนาไว้ด้วย มันจะได้ชื่นชูใจไปถึงสิ้นปี.. เอาล่ะเรามาทบทวนโอวาทต่อ…

ถ้าวันนี้ทำแค่ทาน ก็ขีดเส้นเดียว ถ้าทำทาน รักษาศีลก็ขีดสองเส้น (นี้ขนาดไม่มีเวลาแล้วนะ) ถ้าทำครบ ทั้ง ทาน ศีล ภาวนา ก็ขีดทั้ง 3 เส้น เราพิจารณาทำความดีไปทุก ๆ วัน พอถึงวันสิ้นปี เราก็นำปฏิทินนั้น (ปฏิทินทองเลยล่ะนั้น ไม่ธรรมดา ทำไมเป็นปฏิทินทอง ก็เป็นปฏิทินที่ยืนยันการลิขิตชีวิตในภพหน้าของเรา ลิขิตอะไร ลิขิตว่า ศึกชิงภพงวดนี้จะเป็นอย่างไร ก่อนจะลาโลก)

พอถึงวันสิ้นปี เราก็นำปฏิทินทองนั้นมาดู เปิดดูทุกแผ่นเลย ทุกวัน ทั้ง 365 วัน เราทำบุญไม่เคยขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว ก็จะทำให้เรามีความปีติและภาคภูมิใจ เป็นความปีติที่เงินทองหาซื้อไม่ได้ และภาพแห่งความดีจะเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม เรื่อยไป เลย มันจะเป็นภาพแห่งความดีเกิดขึ้น พอเราดูไปที่ละวัน ๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ คิด พูด ทำ ทั้งกาย วาจา ใจ จะเป็นภาพเกิดขึ้นให้ปลื้มปีติ แล้วภาพก็จะถูกเก็บไว้เป็นกรรมนิมิต คือ ภาพแห่งการกระทำที่จะมาฉายให้เราเห็นอยู่คนเดียวตอนวันสุดท้ายชีวิต คือ วันศึกชิงภพ ก่อนที่เราจะหลับตาลาโลกนี้ไป  (แค่คืนหนึ่งขีดแค่สามเส้น ก็ยังบอกว่า ไม่มีเวลาขีด ชะตาเขาจะเป็นอย่างไร ก็ไม่ต้องบอกกันละนะ ก็ฝากเอาไว้)

บทสรุป เพราะฉะนั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นไป ขีดเส้นบนปฏิทินเมื่อทำทาน รักษาศีล เมื่อมีการเจริญภาวนา ขีดทุกๆ วัน เพื่อการเพิ่มความปีติและภาคภูมิใจนะลูกนะ  


พรหมเดินดินคือใครที่ลิขิตชีวิตเรา

หลวงพ่อทัตตชีโวได้ขยายความว่า…นี้คือ พรหมตัวจริงเลยล่ะ พรหมเดินดินก็มีอยู่ภายในโลก ลิขิตกันชัด ๆ จะให้สันติบาลมาช่วยดูก็ได้นะ จะให้ทางกฎหมายมาดูก็ได้ นี้ไงล่ะ ข้าพเจ้าลิขิตชีวิต สามารถเอาไปโชว์ให้ศาสดาศาสนาไหนดูก็ได้ นี้แหละ ถ้าหากบอกว่า พรหมเป็นผู้ลิขิตชีวิตมนุษย์ ใช่เลย ก็นั่งอยู่นี้ล่ะ ก็พรหมเดินดินอย่างไรล่ะ หากว่าพระเจ้าลิขิตชีวิตมนุษย์ ก็บอกได้ว่านี้อย่างไรล่ะพระเจ้าลิขิตชีวิตของข้าพเจ้าเอง นั่งอยู่นี้ ถ้าอย่างนี้ชัดเจนดีนะลูกนะ ก็เป็นภาพรวมๆ ในการสร้างผังชีวิตของเรา ในปีพุทธศักราช  2565
 
เรารู้แล้วว่า ในวันปีใหม่นี้ เราควรจะสร้างบารมีอย่างไรให้เต็มที่ ขนาดไม่มีเวลาจริงๆก็ขอสัก 3 ขีด ก่อนนอนนะลงไปในปฏิทิน แต่ว่า อยากจะเห็นทุกท่านนั่นแหละทุกคนน่ะ มีเวลาแบ่งเวลาให้ดีก่อนนอน ทำบันทึกบันทึกประจำวันของเรา อาจต้องทำแบ่งเป็นส่วน ๆ คือ

วิธีทำบันทึกประจำวัน : รอยลิขิตชีวิตเราชาตินี้ชาติหน้า

1. การทำงานของเรา ก็งานในวันนี้ที่เราทำ ตลอดเวลาที่ เราทำพยายามรักษาใจของเราไว้ที่กลางกายของเรา ตามหลักที่หลวงปู่ของเราให้เอาไว้หรือเปล่า เมื่อใจอยู่ที่ฐานที่ 7 ความสำเร็จทุกอย่างจะเกิดเพราะว่าตรงนั้น เป็นที่ตั้งถาวรของใจ ถ้าใครทำงานแล้วเอาใจไปตั้งไว้ที่ฐานที่ 7 ในระหว่างทำงานอดใจไม่ตั้งไว้ที่ทางที่ 7 ถึงไม่ได้ตลอดทั้งวัน แต่ว่าพยายามให้ได้มากที่สุดนานที่สุด ใจก็จะใสอยู่ในตัวของเรานั่นได้นานเท่านั้น แล้วการคิดงานดีๆ คำพูดดีๆ การกระทำที่ดีๆ ก็จะเกิดออกมาเอง เพราะว่า “ใจ” อยู่ในฐานที่ตั้ง ความคิดร้าย ๆ  คำพูดร้าย ๆ  การกระทำร้าย ๆ จะไม่เกิดเพราะเรา ไม่ว่าจะทำงานอะไร จะหุงข้าว ต้มแกง จะเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ อาบท่า ขออภัย จะฉี่ จะอึ ก็ตาม ฉันก็รักษาใจไว้ตรงกลางกายอย่างนี้แหละ ไม่ปาบหรอก  ไม่ว่าไปทำอะไรเอาใจไว้ที่กลางกายอย่างนี้ จะทำงานที่ร้านค้า ใจก็อยู่อย่างนี้ จะทำไร่ไถนา ใจฉันก็อยู่อย่างนี้ ใจอย่างนี้จะเป็นใจที่ใสๆ แม้ไถนาเดินตามหลังควาย เดินตามรอยเท้าควาย เดินตามเครื่องไถนาไป บุญก็ยังเกิดตลอดทาง

ณ ตรงนี้ ฝากเป็นข้อคิด แม้แต่เด็กนักเรียน จะเขียน จะอะไรก็ตามที เอาใจไว้ตรงกลาง ทำให้เคย จะกลายเป็นว่าทั้งวันน่ะ ทำงานไปด้วยผลิตบุญไป นี้ก็เรื่องหนึ่ง ถ้าทำได้ด้วยระยะสั้นระยะยาวยังไง ในช่วงที่มันหลุดไปบ้าง เพราะอะไรก็ให้บันทึกเอาไว้ ที่ใจอยู่ได้นานๆเพราะอะไร บันทึกเอาไว้ บันทึกเหล่านี้จะกลายเป็น “รอยลิขิตชีวิตของเราชาตินี้ชาติหน้าอยู่ในนั้น” ทำงานไปก็ใจจรดอยู่นี่(ฐานที่ตั้งใจ ฐานที่ 7 ) ช่วยบันทึกไว้ด้วย “ผลการรักษาใจไว้กลางกายขณะทำงานของเรา” แล้วถ้าประสบงานนั้น มันเกิดอุปสรรคอะไร ก็โน๊ตไว้ด้วย พอเกิดอุปสรรคแล้วมันผุดความคิดเห็นดีๆ มาแก้อุปสรรค ได้ ไม่ได้ อย่างไร ก็บันทึกเอาไว้ด้วย หัดทำไป นี้คือบันทึกการทำงานประจำวันของเรา

2. บันทึกผลการปฏิบัติธรรมจริงๆ ของเรา เช่น เอาละก่อนนอนเราจะนั่งสมาธิแล้ว ผลการปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิของเราเป็นอย่างไร ก็ให้โน๊ตเอาไว้สั้น ๆ  ก่อนจะหลับ หลับในอู่ทะเลบุญ


สำหรับหลวงพ่อเอง เมื่อครั้งยังเป็นฆราวาสอยู่ ที่แรกก่อนรักษาศีล 5 ก็ได้มั่งไม่ได้มั่ง แต่ตอนหลังก็ได้

ทำอย่างไร หลวงพ่อทำง่ายๆ พอสวดมนต์ก่อนนอน ก่อนจะสวดมนต์ก็อาราธณาพระที่ห้อยคออยู่ในมือ ตั้งนะโม 3 จบ ก็เอาเลย…ปาณาติปาตา เวรมณี…ทบทวนศีลห้าข้อ เช้าตื่นขึ้นมา ก็ทำสมาธิเดียวหนึ่ง ก็ไปอาบน้ำ ล้างหน้า ล้างตา  ก่อนจะออกจากบ้านไปทำงาน ก็พระที่ห้อยคอ รวบใส่มือ และตั้ง นะโม 3 จบ สำทับอีกครั้ง…. ทบทวนศีลห้าข้อ ตอนเช้า เป็นการสัญญาว่า วันนี้ข้าพเจ้าจะรักษาศีลให้ได้ พอก่อนนอนก็มาทบทวนดูว่า  ศีลห้าเราอยู่หรือเปล่า ทบทวนอยู่อย่างนี้เป็นประจำ ในที่สุด ศีลห้าก็ไม่อยากจนเกินไป อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวที่หลวงพ่อเคยทำมา ฝากเอาไว้สำหรับพวกเรา ที่ใครเห็นว่าศีลห้ารักษายาก  ก็ลองดู

โดยสรุปรวม การสร้างบุญของเรา กับการทำงานของเรา บันทึกเอาไว้ให้ดี ในที่สุดแล้วเมื่อสิ้นระหว่างเดือน ระหว่างปี เป็นเครื่องเตือนใจให้เราสำนึกว่า เราจะต้องปรับปรุงตนตลอดเวลาอย่างไร พอสิ้นปีเราจะมีเรื่องที่ทำให้เราเบิกบานใจได้เต็มที่เลย จากสมุดบันทึกนี้ของเรา ส่วนบันทึกในเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ นะ  ไม่ต้องทำก็ได้ ทำเรื่องหลัก ๆ อย่างนี้ตากหาก หรือ ว่าวันนี้ ได้ข้อคิดในทางธรรมอะไร พอดีได้ยินการเทศน์ที่นั้น การบรรยายธรรมที่นี้  หรืออ่านหนังสือธรรมะ เจอเรื่องนี้ก็บันทึกเอาไว้ด้วยก็ดี ถ้าเป็นแบบนี้สมุดบันทึกประจำวันของเรา  มันก็ไม่ยาว เขียนแค่หน้าหนึ่งก็พอ ฝากไว้เป็นข้อคิด ถ้าทำอย่างนี้นะ นี้ล่ะ พรหมเดินดินลิขิตชีวิตตัวเอง ชื่ออะไร ก็ชื่อเรานั้นแหละ ที่ลิขิตชีวิตตนเอง นี้แหละเทวดาตัวจริง นะลูกนะ

ด้วยความปรารถนาดี ที่พวกเราได้ตั้งใจสร้างบุญสร้างบารมี ตามรอยเท้าที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ คุณครูไม่ใหญ่ คุณยายอาจารย์ของเราทำมาให้ดู เราเดินตามรอยเท้าท่านมา  ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย จนกระทั่งมาถึงวันนี้ และก็มีสาขาวัดไปทั่วโลกอีกจนนับไม่ไหว……

จากนั้นหลวงพ่อทัตตชีโวก็ได้ให้พร พอสรุปโดยย่อได้ว่า... ท่านขออำนาจบุญกุศลที่พวกเราทั้งหลายได้ตั้งใจสร้างบารมีตามเส้นทางที่พระผู้ปราบมารได้ดำเนินมา ตามที่คุณยายอาจารย์ คุณครูไม่ใหญ่ได้ทำกันมา หลวงพ่อขอถือโอกาส อาราธณาบุญบารมีรัศมีกำลังฤทธิ์ขอบูรพอาจารย์ให้ติดตามคุ้มครองปกป้องรักษาให้ทุกคนรุ่งเรือง ปลอดภัย ประสบผลสำเร็จในการสร้างบุญบารมีได้ง่าย และให้ทุกคนได้ึฝึกฝนตนเองให้ใจหยุด ใจนิ่ง และได้เรียนรู้ศึกษาวิชชาธรรมกาย ไปเกิดในครอบครัวธรรมกาย และให้ดวงบุญที่เราสร้างไว้นั้น ให้เราสามารถระลึกชาติ และให้ดวงบุญของเราตามสมบัติจักรพรรดิมาให้เราใช้สร้างบารมีทุกภพชาติ …ตราบวันถึงที่สุดแห่งธรรม…ทุกท่านทุกคน..เทอญ

พิเศษสำหรับท่านที่อ่านในมือถือ

ด้านล่างสุดของบทความ จะมีป้ายข้อความเพื่อแชร์โอวาทปีใหม่ มีข้อความว่า "ใช้ร่วมกัน" กดปุ่มป้ายข้อความ ดังปรากฎตามภาพที่โชว์ตัวอย่างให้ดู👇

จากนั้นจะปรากฎหน้าต่างใหม่ ซึ่งอาจจะเห็นจอว่าง ๆ ไม่มีอะไร จากนั้นสไลด์มือเลื่อนขึ้นจนสุดหน้าต่าง ก็จะมองเห็นโลโก้ หรือ ปุ่มแชร์ เช่น Email Facebook twitter จากนั้นก็เลือกปุ่มแชร์ตามที่ท่านสะดวก หรือ แชร์ได้ทุกแพล็ตฟอร์ม ก็ได้


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

4 ความคิดเห็น:

  1. กราบอนุโมทนาบุญครับ โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย โอวาทหลวงพ่อทัตตชีโว สาธุครับ
    #ธรรมสอนใจ

    ตอบลบ
  2. น้อมกราบสาธุ สาธุ สาธุครับ

    ตอบลบ