เส้นทางพระผู้ปราบมาร ลำดับที่ 5 วัดบางปลา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม : พิธีจุดประทีป รำลึกถึงสถานที่เผยแผ่วิชชาธรรมกายครั้งแรก
กิจวัตรครั้งที่ 10 : คือ พิธีจุดประทีปบูชาธรรมพระพุทธเจ้า และ พระมงคลเทพมุนี(สด จนฺทสโร)พระผู้ปราบมาร คือ วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565
วันนี้พิธีกรรมเริ่มเวลาประมาณ 18 นาฬิกา ประธานสงฆ์พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทธิจินตโก เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นำพระธรรมทายาท และ คณะญาติโยมทั่วโลก สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย และสวดมนต์ นั่งสมาธิ กล่าวความำคัญของอนุสรณ์ลำดับที่ 5 สถานที่เผยแผ่วิชชาธรรมกายครั้งแรก และกล่าวถวายประทีป และจุดโคมเอก พร้อมตัวแทนสงฆ์ และคณะพระธรรมทายาทจุดประทีปบนโคมลานพระมหาธรรมกายเจดีย์ และคณะผู้มีบุญทั่วโลกจุดประทีปในสถานที่ตนเอง ออนไลน์ผ่าน Zoom พร้อมกัน
เวลา 18.30 น. คณะสงฆ์ทั่วโลกสวดเจริญพุทธมนต์ผ่าน Zoom และเชิญชวนสาธุชนทั่วโลกร่วมสวดมนต์พร้อมกับคณะสงฆ์ และนั่งสมาธิพร้อมกัน น้อมนำใจหยุดนิ่งระลึกถึงหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมาร และแผ่เมตตา สุดท้าย เวลา 19 นาฬิกา 10 นาที ประธานสงฆ์อ่านทบทวนโอวาทคุณครูไม่ใหญ่ และ รับชมสื่อธรรมยาตรา และประธานสงฆ์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของสถานที่ลำดับที่ 5 สถานที่เผยแผ่วิชชาธรรมกายครั้งแรก นำอธิษฐานจิตประจำวัน บูชาพระรัตนตรัย เป็นอันเสร็จพิธี
แผ่นดินวัดบางปลาเป็นหลักฐานแสดงว่า มีพยานบุคคลในการปฏิธรรมและได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย คือ พระ 3 โยม 4
นิราศทอง นิวัติคืน ให้ผืนโลก
ร่ายโศลก ธรรมมนตรา มหาศาล
สามภิกษุ แบน..อ่วน รวมสังวาลย์
ท่องทะยาย วิชชา แห่งธาตุธรรม
สี่คฤหัสถ์ จัดจิตนิ่ง อิงพุทธะ
กายธรรมะ สุกสว่าง พรั่งเป็นสาย
หยุดในหยุด ตะมะมืด พังทลาย
ปฐมร่าย วิชชา แห่งธาตุธรรม
ประธานสงฆ์อ่านทบทวนโอวาทคุณครูไม่ใหญ่
ท่านประธานสงฆ์ได้กล่าวบอกกับพระธรรมทายาทว่า วันนี้วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565 ขอให้น้อมรำลึกถึงอนุสรณ์สถานบางปลา และจากนั้นก็ได้อ่านโอวาทฯดังนี้
อนุสรณ์สถานบางปลา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมแห่งนี้ เป็นสถานที่ ที่เราได้ร่วมกันสถาปนา เพื่อน้อมบูชาพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมาร เป็นการประการคุณผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และเมื่อท่านได้ค้นพบแล้วก็ไม่ได้เก็บไว้แต่เพียงส่วนตัว แต่ท่านยังได้เผยแผ่วิชชาธรรมกายให้กับมวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลาในการสร้างบารมีของท่าน
ในราวพุทธศักราช 2460 ในครั้งนั้น มีพระภิกษุผู้มีบุญ 3 รูป และฆราวาส 4 ท่าน ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และก็ได้เข้าถึงพระธรรมกาย เป็นพยานในการบรรลุธรรมของท่าน ก็ที่วัดบางปลาแห่งนี้เอง ซึ่งตรงกับญาณทัศนะที่ท่านได้เห็นที่วัดโบสถ์บน บางคูเวียง จังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์นี้เป็นประจักษ์พยาน ทำให้ทุกคนได้รู้ว่า...
"ธรรมะเป็นของมีจริง ดีจริง และก็มีอยู่แล้ว ภายในตัวของมนุษย์ทุก ๆคน ในโลก "
ขึ้นชื่อว่า เป็นมนุษย์แล้วไม่ว่าชาติไหนภาษาไหนก็ตาม ล้วนมีพระธรรมกายอยู่ภายในตัวทั้งสิ้น.
ดังนั้นอนุสรณ์สถานบางปลาแห่งนี้ จึงเป็นบุญสถานที่ประกาศธรรมครั้งแรกของท่าน ซึ่งที่แห่งนี้ในอนาคตจะมีผู้มีบุญจากทั่วโลกมาแสวงหาความรู้ภายใน เมื่อมาแล้วเขาก็จะเกิดแรงบันดาลใจ ในการประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน เหมือนอย่างที่พระผู้มีบุญทั้งสามรูป และฆราวาสสี่ท่าน ได้เข้าถึงเช่นในสมัยพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ
ด้วยเหตุนี้ บุญสถานแห่งนี้ มีความสำคัญมาก เรากำลังสร้างบุญกับบุคคลอัศจรรย์ของโลก และจักรวาล แสดงความกตัญญูบูชาธรรม ต่อบุคคลพิเศษคือ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมาร ซึ่งท่านเป็นผู้มีบารมีมาก ถ้ามีบารมีน้อย ๆ จะปราบมารไม่ได้
ภารกิจของผู้ปราบมาร ก็คือ ไปปราบต้นต่อของพญามาร ถ้าภารกิจนี้ยังไม่เสร็จสิ้น ก็จะยังไม่เข้านิพพาน จะเพียรปราบมารเรื่อยไป จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม ดังนั้น พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมาร ท่านจึงไม่ใช่บุคคลธรรมดา แต่ท่านเป็นผู้รู้ ผู้มีอานุภาพ อันไม่มีประมาณ
วันนี้เรามาร่วมกันประกาศคุณบูชาธรรม ในเส้นทางพระผู้ปราบมาร ในอนุสรณ์สถานบางปลา ผลบุญอัศจรรย์ที่ไม่ธรรมดา และไม่มีประมาณ จะบังเกิดขึ้นกับเรา บุญนี้จะทำให้เราได้รับอานิสงส์คือ ไม่ว่าจะไปบังเกิดในภพชาติใด เราจะเกิดอยู่แต่ในร่มเงาบวรพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย จะเป็นผู้ที่เกิดในตระกูลสูง เป็นที่เคารพนับถือบูชาของมหาชน และจะได้รับการยกย่อง สรรเสริญ เกียรติศักดิ์ อันดีงามจะฟุ้งขจรขจายไปทั่ว เราจะเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา เป็นผู้มีศรัทธามั่่นคงในพระรัตนตรัย เลื่อมใสยิ่งในวิชชาธรรมกาย จะเป็นสัมมาทิฐิบุคคล เป็นผู้มีดวงปัญญาสว่างไสว จะได้มนุษย์สมบัติอันเลิศ ทั้งคุณสมบัติ รูปสมบัติ และคุณสมบัติ เป็นต้น จะมีสมบัติตักไม่พร่อง มีมหาสมบัติมากมาย
ในภพชาติที่มาบังเกิด เมื่อมีทรัพย์แล้ว ก็ไม่ตระหนี่ในการให้ทาน จะมีโอกาศได้ทำบุญ ในบุญเขตอันเยี่ยม กับทักขิไณยบุคคล จะมีสุขคติโลกสวรรค์เป็นที่ไป และจะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน โดยเร็วพลัน เราจะหยั่งรู้ในธรรมทั้งหลาย ธรรมอันใดที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯท่านได้บรรลุ เราก็จะมีส่วนแห่งการบรรลุธรรมนั้นด้วย
เพราะฉะนั้นของให้พวกเราทุกคน ทุ่มเทชีวิตจิตใจ สร้างบุญกันให้เต็มที่เต็มกำลัง แล้วผลบุญใหญ่อันไม่มีประมาณ ก็จะบังเกิดขึ้นกับเราทุกคน

พอเพิ่มเติมด้านการปฏิบัติเมื่อท่านเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว...ท่านก็ฝึกทบทวนตามที่ท่านค้นพบ ทบทวนให้ชำนาญให้คล่องแคล่ว ทั้งอนุโลม ปฏิโลม คือ เดินหน้า ถอยหลัง เข้าออก จนเชี่ยวชาญ ทั้งหลับตาลืมตา ทั้งวัน ทั้งคืน ทั้งหลับตื่น นั่ง นอน ยืน เดิน ให้ได้เห็นชัดเจน เท่าเทียมทัน กันทุก ๆ อิริยบท ด้วยความที่หลวงปู่ฯได้เคยศึกษาพระไตรปิฎกมามาก และได้ศึกษาคัมภีร์วิสุทธิมรรค ที่ว่าด้วยการปฏิบัติธรรมมาอย่างลึกซึ้ง...ท่านจึงได้เอาผลจากการที่ท่านปฏิบัติที่ท่านได้บรรลุ มาตรวจสอบเทียบเคียงในตำรา ซึ่งก็ได้ผลตรงกัน ทำให้หลวงปู่ฯยิ่งมั่นใจการบรรลุธรรมของท่านมากขึ้นตามลำดับ
หลวงปู่ฯจึงยิ่งศึกษาค้นคว้า และฝึกฝน เจาะรายละเอียดเพิ่มขึ้นไปอีก ธรรมะของท่านก็ยิ่งแต่ฉาน ยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปเรื่อย ๆ
พรรษาที่ 12 นั้นเอง ท่านก็ได้รู้ได้เห็นด้วยจักขุ และญาณทัศนะของท่าน จะต้องหาพยานในการบรรลุธรรมของท่าน หลวงปู่ก็เลยนั่งสมาธิตรวจดูว่า จะไปโปรดใครดี ซึ่งท่านก็ได้เห็นเป็นภาพของวัดบางปลา พร้อมเห็นภาพพระภิกษุ 3 รูป กับ คฤหัสถ์อีก 4 คน รวมเป็น 7 คนที่จะได้บรรลุธรรม หลวงปู่ฯท่านก็รอจนออกพรรษา จึงเดินทางไปวัดบางปลา บางเลน นครปฐม จึงขอพักที่วัดบางปลา 4 เดือน จนได้มีพยานบุคคลได้บรรลุพระธรรมกาย 3 รูปจริง ๆ คือ พระภิกษุแบน พระภิกษุสังวาลย์ พระภิกษุอ่วม พร้อมฆราวาสอีก 4 คนรวมเป็น 7 คน
หลวงปู่ฯจึงยิ่งมั่นใจในธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า " เป็นของดีจริง มีจริง ถูกต้องจริง " และตอนนี้จงทำให้หลวงปู่ฯเป็นทั้งนักเรียนด้วย ครูผู้สอนด้วย ค้นคว้าวิชชาธรรมกายไปด้วยพร้อมๆ กัน...
ความสำคัญและผลงานอันยิ่งใหญ่ของหลวงปู่ฯ เมื่อได้ตกทอดมาสู่ยุคของหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ได้ดำริสร้างอนุสรณ์สถานทั้ง 7 แห่ง ซึ่งจะทำให้ในอนาคต เป็นหลักฐานยืนยันไว้ว่า หลวงปู่ฯเป็นบุคคลมีตัวตนจริง ในประวัติศาสตร์ที่ท่านได้ค้นพบวิชชาธรรมกาย จะทำให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปได้มาศึกษาวิชชาธรรมกาย รุ่นต่อรุ่น สืบต่อไปอีกยาวนาน นับพันปี และก็จะได้ร่วมสร้างบารมีกับหลวงปู่ฯตราบจนถึงที่สุดแห่งธรรม.
อนุสรณ์สถานทั้ง 7 แห่ง ก็เปรียบเหมือน สังเวชนียสถาน 4 ตำบลของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระเจ้าอโศกมหาราชสร้างถวายพระพุทธเจ้า พร้อมทั้งสร้างศิลาจารึกเรื่องราวประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในแต่ละแห่ง อันได้แก่ ที่ประสูติ ที่ตรัสรู้ ที่แสดงปฐมมเทศนา ที่ปรินิพพาน สังเวชนียสถานทั้ง4แห่ง 4 ตำบลนี้ เป็นโบราณสถานวัตถุ ที่สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา ที่เป็นเครื่องยืนยันตัวตนจริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา เป็นที่กราบสักการะน้อมรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามายาวนานถึง 2,600 กว่าปี ทำให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้อย่างภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้
เช่นด้วยกันอนุสรณ์สถานทั้ง 7 แห่งก็จะเป็นอาคาร สถานที่ และถาวรวัตถุที่ยืนยันการมีตัวตนจริงของหลวงปู่ฯและวิชชาธรรมกาย ที่ท่านได้ค้บพบคืนกลับมาอีกครั้ง และท่านก็ได้เทศน์สอน สิ่งเหล่านี้มาตลอดชีวิต สิ่งนี้เองจะสร้างความปลื้มปีติ ยินดี ดีใจ ภูมิใจ และก็มั่นให้กับลูกศิษย์ หลานศิษย์หลวงปู่ฯที่จะศึกษาวิชชาธรรมกาย สร้างบุญบารมี เชื่อมสายใยบุญกับหลวงปู่ฯไปทุกภพทุกชาติตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม
พร้อมกันนั้น หลวงพ่อธัมมชโย ท่านได้ก็ให้พวกเราทยอยหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ฯด้วยทองคำ ขนาด 1.5 เท่า เพื่อนำไปประดิษฐานอนุสรณ์สถานแต่ละแห่ง ช่วงนั้นผู้มีบุญ ลูกศิษย์ หลานศิษย์ เมื่อทราบข่าว ต่างก็นำปัจจัย นำโลหะ มาร่วมบุญตามอัธยาศรัยอย่างเต็มศรัทธา ที่หลวงพ่อฯคุณครูไม่ใหญ่ สร้างรูปหล่อหลวงปู่ฯด้วยทองคำ ไม่ใช่ว่าอยากเด่นอยากดัง แต่เพื่อจะให้ในอนาคต ผู้มีปัญญาที่จะมาต่อไปนั้น จะได้พิจารณาว่า รูปหล่อท่านนี้จะต้องเป็นบุคคลที่สำคัญมาก ที่สร้างคุณประโยชน์อันมหาศาลแก่ชาวโลก จนหมู่ชนทั้งหลายยอมรับนับถือ จึงร่วมกันสร้างรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำ และก็จะเป็นที่ชวนคิดต่อไปว่า อะไรเป็นเหตุที่ท่านมีความสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การคำตอบการค้นพบวิชชาธรรมกาย และนำไปสู่การศึกษา เผยแผ่ ทำให้สาธุชนเข้าถึงพระธรรมกาย และเข้าถึงสันติสุขที่แท้จริงต่อมา เพราะฉะนั้นสิ่งนี้สำคัญที่เดียว เราเองเป็นลูกศิษย์ หลานศิษย์หลวงปู่ฯก็ขอให้นำสิ่งเหล่านี้ น้อมนำมาปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายกันทุกคน เพื่อเราจะได้พ้นจากทุกข์ทั้งปวง.
วันนี้ ทุกคนตั้งใจมาเอาบุญกับหลวงปู่ฯกันเยอะแยะ ล้วนตั้งใจมาเอาบุญ เพราะว่า คุณครูไม่ใหญ่ท่านสอนไว้ว่า "บุญเป็นเหตุแห่งความสุข ความสำเร็จ ความสมปรารถนา ในทุก ๆสิ่ง" ตั้งในชีวิตเบื้องต้นในระดับปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า
ถ้าหากเรามีดวงบุญโต ภายในภพเบื้องหน้าที่เรามาเกิด สมบัติก็จะมาหา เราไม่ต้องไปหาสมบัติ สมบัติก็มาหาเราเอง แต่ถ้าดวงบุญเล็ก ๆ ก็ต้องตามหาสมบัติเอง หาเจอมั้ง ไม่เจอมั้ง เพราะฉะนั้นสำคัญที่เดียว ภพนี้ชาตินี้เราเกิดมาก็ต้องสร้างบุญ เพราะเรายังไม่หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ในชาตินี้ เราคงต้องเกิดอีกหลายภพหลายชาติ ในการเกิอแต่ละชาติ ก็ต้องใช้บุญเพราะเราต้องมีสมบัติไว้หล่อเลี้ยง ใครมีสมบัติหล่อเลี้ยงมาเยอะ โอกาสสร้างบุญก็มาก ใครมีสมบัติน้อย ก็มีบุญน้อย ก็ต้องไปเพลินกับการหาสมบัติในการประกอบอาชีพ การประกอบอาชีพ เวลาทั้งชีวิตหมดไป ลืมสร้างบุญ ยังไม่ได้สร้างบุญ พอนึกขึ้นได้ ก็หมดเวลาแล้ว จะตายซะแล้ว อดสร้างบุญ "เพราะฉะนั้นในภพนี้ ชาตินี้ เราก็มีหน้าที่ทำดวงบุญให้โต ๆ"
ดวงบุญจะโตๆ ได้ก็ต้องสร้างบุญบ่อย ๆ ก็ต้องผ่านกายมนุษย์ของเรา ด้วยวิธีการ ให้การรักษาศีล เจริญภาวนา และทำบุญถูกเนื้อนาบุญ และก็ทำบุญถูกหลักวิชชา เมื่อทำบุญแล้วก็นึกถึงบุญบ่อย ๆ ดวงบุญก็จะโตขึ้น ๆ ทุก ๆ วัน เพราะว่า ในปรโลก เขาใช้บุญเป็นเครื่องอาศัย เป็นเครื่องหล่อเลี้ยง เราอยู่เป็นมนุษย์ก็ยังต้องใช้บัตรเครดิส ใช้อุปกรณ์ใดๆ เยอะแยะ พอเรากลับไปบ้านมารดาบิดา ก็ยังไปขอข้าวกินได้ แต่ในปรโลก หลังจากที่เราละ โลกแล้ว เราหิว ไปขอใครกินไม่ได้นะ ไม่มี เขาเป็นอยู่ ได้ด้วยบุญของตนเอง บุญที่ทำครั้งที่ยังเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น ใครที่ทำบุญไว้เยอะ ก็นึกถึงอาหารทิพย์ อาหารทิพย์ก็มาหล่อเลี้ยง แต่ถ้าใครทำบุญไว้น้อย อาหารทิพย์ก็มีน้อย หรือใครที่ไม่ได้ทำไว้ นึกเท่าไร ก็นึกไม่ออก นี้สำคัญที่เดียว
พอภพชาติต่อๆ ไป เรามาเกิด เราก็ยังต้องกิน เพราะฉะนั้น ทำบุญเยอะๆ เถอะ ไม่มีเสียหายหรอก มีแต่เป็นประโยชน์กับตัวของเราเอง สิ่งเหล่านี้สำคัญ เราต้องเห็นคุณค่าของบุญ เพราะบุญเป็นเหตุแห่งความสุข ความสำเร็จ และความสำปรารถนาในทุก ๆสิ่ง ตั้งแต่ชีวิตระดับปุถุชน จนกระทั่งถึงพระอริยเจ้า ฉะนั้นจงสร้างบุญกุศลของเราไป ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ และก็ทำตามหลักวิชชา และเราก็ได้เห็นคุณค่าของบุญ เนื่องจากครูบาอาจารย์ ท่านได้ไปดูไปเห็นมา ไปรู้มา ท่านจึงเอาสิ่งเหล่านี้มาสอนให้เราว่า "อย่ามัวประมาท" ท่านไปดู ไปรู้ ไปเห็นได้ ก็ด้วยวิชชาธรรมกาย ไปดูสัตวโลกมีความทุกข์อย่างไร ชาวสวรรค์มีความสุขอย่างไร ซึ่งสมัยก่อน ทั้งหลวงปู่ฯ คุณยายฯ ท่านก็เคยบอกเคยสอน มาเล่าให้ฟัง เราเองที่เป็นลูกศิษย์ หลานศิษย์ ที่ตามมาภายหลัง ได้ยินได้ฟังแล้วก็เป็นสิริมงคลแก่หู ดังนั้นก็ต้องเอามาประพฤติปฏิบัติ จะได้ไม่ประมาทในชีวิต
เพราะวันเวลาแห่งชีวิตหมดไปเรื่อย ๆ เรามีอายุขัยที่จำกัด ความแข็งแรงก็มีจำกัด เมื่อเราแก่ตัวไป โอกาสที่จะมาสร้างบุญ โอกาสที่จะมาวัด ก็น้อยลงไปเรื่อย ๆ แม้แก่หงอมมากๆ หากลูกหลาน ไม่มีเข็นวีแชร์มาก็ไม่มาถึงวัดหรอก โชคดีช่วงนี้ หลวงพ่อฯท่านให้เปิด Online Zoom ก็ทำด้วยความลำบาก เพราะฉะนั้นเพื่อความไม่ประมาท เราสร้างบุญสร้างกุศลไว้เถอะ ดีที่สุด สิ่งนี้เราได้รู้เรื่องราวในปรโลกได้เพราะวิชชาธรรมกาย ที่หลวงปู่ฯได้สอน
สรุปชีวิตประวัติของหลวงปู่ฯในช่วงที่ท่านอยู่ที่วัดบางปลา ในช่วงพรรษา 12 ต่อ 13 คือ พุทธศักราช 2460 -2461 เป็นช่วงสร้างบารมีของหลวงปู่ฯ คือ ช่วงที่ ท่านตระเวณโปรดหมู่ญาติ และสหธรรมิตร ที่จังหวัดสุพรรณบุรี และวัดต่าง ๆ ที่ท่านคุ้นเคยในจังหวัดสุพรรณบุรี เช่น วันโบสถ์บน วันสองพี่น้อง วัดบางปลา วัดประตูศาล ช่วงนั้น หลวงปู่ฯค้นศึกษาวิชชาธรรมกายไปด้วย และก็สอนไปด้วย และรวบรวมทีมงานไปด้วย ทีมงานที่เข้าถึงพระธรรมกาย สะสมกำลังพลเอาไว้ เพื่อที่จะเอามาช่วยเผยแผ่วิชชาธรรมกาย ชีวประวัติของหลวงปู่ฯ จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษา น่าติดตาม และน่าเอามายึดถือเป็นแบบฉบับในการดำเนินชีวิต ชีวตของเรา จะได้ไม่ผิดพลาด
จากนั้นประธานสงฆ์นำอธิษฐานจิต แผ่เมตต และจบพิธีจุดประทีปในคืนนั้น...
อนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้
ข่าวดี!!! :: ร่วมอนุโมทนาบุญกิจวัตรพระธรรมทายาท เหลืออีก 4 ครั้ง
ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมธรรมยาตรา
โครงการธรรมยาตรา เส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ 10 “รักษ์บวร รักษ์ศีล 5”
(ออนไลน์) ผ่าน https://zoom072.com ทั้งร่วมพิธีต้อนรับพระธรรมยาตรา
ในวันที่ 25, 30 มกราคม พ.ศ. 2565 และร่วมพิธีจุดประทีป ในวันที่ 28,
31 มกราคม พ.ศ. 2565 พร้อมรับใบประกาศเกียรติบัตร 14 versions
(ทุกครั้งที่ร่วมกิจกรรม)
สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมครั้งแรก
ได้ที่ลิงก์👇
zoom072.com/dhammayatra
หรือ
zoom072.net/dhammayatra/1/1/zoom-live
อย่าลืม!!!
เมื่อทุกท่านสร้างบุญใหม่วันนี้เสร็จแล้ว
ขอให้ทุกท่านได้บันทึกปฏิทินบุญประจำวัน
ตามคำแนะนำที่คุณครูไม่ใหญ่ให้โอวาทไว้ ในช่วงวันปีใหม่ 1 มกราคม 2565
เพื่อความปลื้มปีติในบุญ ทุกครั้ง
รับใบประกาศเกียรติคุณ ร่วมต้อนรับธรรมยาตรา วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565
รับใบประกาศที่ zoom072.com/dmy/23
ภาษาอังกฤษ zoom072.com/dmy/en23 ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ
กราบอนุโมทนาบุญกับสาธุชนผู้มีบุญทั่วโลก
ตอบลบทุกท่านที่ได้ร่วมต้อนรับคณะพระธรรมยาตรา
กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี
(สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร สาธุ สาธุครับ
ขอบคุณกับบทความดีๆแบบนี้ด้วยอย่างยิ่งครับ
ตอบลบกราบอนุโมทนาบุญครับ สาธุ
ตอบลบ