โครงการธรรมยาตรา ปีที่ 10 : EP. 7 ทบทวนบุญการเดินธรรมยาตรา รำลึกถึงอนุสรณ์สถาน ลำดับที่ 4 สถานที่บรรลุธรรม

เส้นทางพระผู้ปราบมาร ลำดับที่ 4 รำลึกถึงอนุสรณ์สถานที่บรรลุธรรม วัดโบสถ์บน บางคูเวียง

 


กิจวัตรครั้งที่ 7 เริ่มวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565 ถวายการต้อนรับพระธรรมยาตรา ถวายเป็นพุทธบูชาและบูชาธรรมพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (พระผู้ปราบมาร) ระลึกถึงอนุสรณ์สถาน ลำดับที่4 สถานที่เกิดด้วยกายธรรม วัดโบสถ์บน ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 

เวลา 15.30 น. พระธรรมทายาทได้เริ่มเดินออกจากมหารวิหารคต หน้ามหาธรรมกายเจดีย์ โดยมีคณะญาติโยมมาร่วมต้อนรับและโปรยดอกไม้ไว้ก่อน คณะพระภิกษุสงฆ์กว่าพันรูปเดินถือกลด และย่างก้าว เป็นภาพที่งดงาม น่าเลื่อมใส บนกลีบดอกไม้ทรัพย์บานชื่น ซึ่งการเดินครั้งนี้ เป็นระยะทางกว่า 4 กิโลเมตรกว่า ๆ  โดยหน้าขบวนมีราชรถในการอัญเชิญรูปปั้นทองคำหลวงปู่ฯพระผู้ปราบมารนำขบวน ไปตลอดเส้นทางกิจวัตรการเดินธรรมยาตรา พร้อมด้วยการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ

พร้อมกันนั้น ก็มีเสียง "สาธุการ" จากคณะพุทธบริษัททั่วทุกมุมโลกทั้งในสถานที่จริง และ ผ่านระบบ On Line  Zoom ร่วมอนุโมทนาบุญตลอดงานบุญครั้งนี้ นับว่า วันนี้ ทุกท่านได้ทำบุญด้วย กาย วาจา ใจ เพื่อถวายบุญกตัญญูบูชาธรรมพระพุทธเจ้า และ พระผู้ปราบมาร เป็นภาพที่งดงามอย่างหาที่สุดมิได้ 

ตลอดการออกรายการ ผ่าน Zoom พิธีกรทุกท่านได้รับบุญบรรยายบรรยากาศ บริเวณพื้นที่การเดินธรรมยาตรา และได้มีคณะตัวแทน พระ และ กัลยาณมิตร ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาร่วมรายการ เพื่อได้แสดงความกตัญญู โดยมีการพูดคุยเรื่องการเข้ามาร่วมงานบุญ เชิญชวนเพื่อนสหธรรมมิตร ที่ยังไม่เคยมา ให้ได้มา ชี้แจ้งว่า เป็นการร่วมอนุโมทนาบุญเพราะเรื่องอะไร ได้ตอบข้อสงสัยเมื่อมีคนเห็นภาพและถาม นี้ คือ หัวใจผู้นำบุญที่ต้องการให้ชาวโลกได้พบเจอความสุข ความสงบ ผ่านภาพกิจวัตรในการเดินธรรมยาตรา

ความสำคัญในวันบรรลุธรรม

ในพรรษาที่ 12 พ.ศ. 2460 พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ได้ไปจำพรรษา
ที่วัดโบสถ์บน กลางพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ได้ปฏิบัติธรรม
ในอุโบสถ โดยตั้งสัจจาธิษฐานแน่นอนลงไปว่า ถ้าเรานั่งลงไปครั้งนี้
หากมิได้บรรลุธรรมดังที่พระพุทธองค์ท่านทรงเห็นทรงตรัสรู้แล้ว
ก็จะไม่ขอลุกจากที่จนหมดชีวิต และในที่สุดก็ได้บรรลุธรรม
เข้าถึงพระธรรมกาย ณ โบสถ์แห่งนี้
นับแต่นั้นมา พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ได้ทุ่มเทชีวิต
ให้กับการปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา
อย่างเต็มที่ และตลอดต่อเนื่อง
เพื่อค้นคว้าไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม
 

เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ ลำดับที่ 4 วัดโบสถ์บน บางคูเวียง

วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยฝั่งตะวันตก บริเวณหมู่ 4 ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย วัดแห่งนี้ยังคงอนุรักษ์โบราณสถานไว้ในสภาพที่สมบูรณ์ คงไว้ซึ่งภูมิปัญญาและศิลปะอันงดงามล้ำค่าของบรรพบุรุษไทย ประวัติความเป็นมาของวัด และผู้สร้างวัด ไม่ปรากฏแน่ชัด แต่มีเรื่องเล่าในหนังสือวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม 2 (พิมพ์เมื่อ พ.ศ.2526) ความว่า “…พระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเคยเสด็จมาประทับอยู่บริเวณที่ตั้งวัดแห่งนี้ ภายหลังทรงยกที่ดินให้สร้างเป็นวัด โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างถาวรวัตถุที่เป็นศิลปกรรมแบบอยุธยา มีเอกลักษณ์ คือ พระอุโบสถเป็นรูปทรงเรือสำเภา อันหมายถึงการเดินทางสัญจรและการค้าในอดีต วัดโบสถ์บน บางคูเวียง สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2300 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อประมาณปี พ.ศ.2310”

      ในพรรษาที่ 11 พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพนุนี (สด จนฺทสโร) ได้ไปจำพรรษา ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 พ.ศ. 2460 ท่านตั้งใจที่จะกระทำความเพียรอย่างอุกฤษฏ์ตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องจากท่านดำริว่า “เราบวชมาจวนจะครบ 12 พรรษาแล้ว วิชชาของพระพุทธเจ้า เรายังไม่ได้บรรลุเลย ทั้งๆที่การศึกษาของเราก็ไม่เคยขาดเลยสักวัน ทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ อย่ากระนั้นเลย เราควรจะรีบกระทำความเพียรให้รู้เห็นของจริงในพระพุทธศาสนาเสียที” เมื่อกลับจากบิณฑบาตแล้ว ท่านก็รีบจัดการภารกิจต่างๆ ให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ไม่มีเรื่องกังวลใจ จากนั้นจึงได้เจริญภาวนาในพระอุโบสถ โดยตั้งใจว่าหากไม่ได้ยินเสียงกลองเพล จะไม่ยอมลุกจากที่ เมื่อตั้งใจแล้วก็หลับตาภาวนา “สัมมา อะระหัง” เรื่อยไป จนกระทั่งความปวดเมื่อยเริ่มทวีขึ้นเป็นลำดับ อาการกระสับกระส่ายเริ่มติดตามมา จิตก็ซัดส่ายกระวนกระวายจนเกือบจะหมดความอดทน แต่เมื่อได้ตั้งสัจจะไว้แล้ว ท่านจึงทนนั่งต่อไป เมื่อไม่สนใจความปวดเมื่อยของสังขาร ในที่สุดใจก็ค่อยๆสงบลงทีละน้อย แล้วรวมหยุดเป็นจุดเดียวกัน เห็นเป็นดวงใสบริสุทธิ์ขนาดเท่าฟองไข่แดงของไก่ ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ใจชุ่มชื่นเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก
 

เย็นวันนั้น หลังจากได้ฟังพระปาฏิโมกข์พร้อมกับเพื่อนสหธรรมิกแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้รีบทำภารกิจส่วนตัว สรงน้ำให้ร่างกายสดชื่นดีแล้ว จึงเข้าไปในพระอุโบสถแต่เพียงรูปเดียว เมื่อกราบพระประธานแล้วก็ได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่า “ขอให้พระพุทธองค์ทรงพระเมตตา โปรดประทานธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วแก่ข้าพระพุทธเจ้า แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยนิดก็ยินดี ถ้าหากการบรรลุธรรมของข้าพระองค์ฯ จักเกิดโทษแก่พระศาสนาก็ขออย่าได้ทรงประทานเลย แต่ถ้าจะเป็นคุณแก่พระศาสนาแล้ว ขอได้โปรดประทานแก่ข้าพระองค์ฯ ด้วยเถิด ข้าพระพุทธเจ้าจะขอรับเป็นทนายพระศาสนาต่อไปจนตลอดชีวิต”


เมื่อได้ตั้งสัตยาธิษฐานแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯก็เริ่มนั่งหลับตา ขณะนั้นมดที่อยู่ในช่องแผ่นหินที่ท่านนั่ง กำลังไต่ขึ้นมารบกวน ท่านจึงหยิบขวดน้ำมันก๊าดขึ้นมา เพื่อจะทารอบบริเวณที่ท่านนั่งเพื่อกันมด แต่แล้วก็คิดได้ว่า “ชีวิตของเรา เราได้สละแล้วเพื่อการบำเพ็ญเพียร แต่เหตุไฉนจึงยังกลัวมดอยู่อีก” จึงวางขวดน้ำมันก๊าดลงแล้วเจริญกัมมัฏฐานต่อไป จนถึงยามดึกจึงได้เริ่มเห็นดวงปฐมมรรค หรือดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ เมื่อได้รู้เห็นธรรมะแล้วท่านจึงได้เข้าใจว่า “พระธรรมนี้เป็นของลึกซึ้งยิ่งนัก ยากที่มนุษย์จะเข้าถึง การจะเข้าถึงได้นั้น จำ, เห็น, คิด, รู้ ต้องหยุดเป็นจุดเดียวกัน เมื่อหยุดแล้วจึงดับ เมื่อดับแล้วจึงเกิด ถ้าไม่ดับก็ไม่เกิด นี่เป็นของจริง ของจริงต้องอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ถูกส่วนนี้เป็นไม่เห็นเด็ดขาด” เมื่อมองเรื่อยไปก็เห็นดวงใหม่ผุดซ้อนขึ้นมาแทนที่ดวงเก่า แต่ใสสว่างมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดก็เห็นกายต่างๆไปตามลำดับจนกระทั่งถึง “ธรรมกาย”
 

ประมวลภาพในวันงานบุญ วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565

ภาพต้อนรับพระธรรมยาตราวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565 ที่วัดพระธรรมกาย(ระลึกถึงอนุสรณ์ลำดับที่ 4)
 


 

รับใบประกาศร่วมต้อนรับธรรมยาตรา วันที่  16 มกราคม พ.ศ.2565

รับใบประกาศที่ zoom072.com/dmy/16
     ภาษาอังกฤษ   zoom072.com/dmy/en16
 
และ
ร่วมกิจกรรม Online ได้ที่
สอบถาม 02-831-1234
 
หรือ 
หรือ
  

กำหนดการปฏิทินงานบุญออนไลน์




กรณีที่ท่านมาร่วมงานบุญที่วัดพระธรรมกาย โปรดปฏิบัติตามขั้นตอนดังการ์ดแจ้งไว้


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

 

5 ความคิดเห็น:

  1. กราบอนุโมทนาบุญกับสาธุชนผู้มีบุญทั่วโลก
    ทุกท่านที่ได้ร่วมต้อนรับพุทธบุตรธรรมยาตรา
    กตัญญูบูชามหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี
    (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร สาธุ สาธุครับ

    ตอบลบ
  2. อนุโมทนาบุญกับบทความ ที่ให้ข้อคิดและความรู้ดีด้วยอย่างยิ่งครับ

    ตอบลบ