คำนวณบุญบูชาข้าวพระ


 

การปฏิบัติธรรมช่วงบ่ายวันอาทิตย์ต้นเดือนมีนาคม 650306 


ตั้งใจหลับตาเจริญสมาธิภาวนากันนะ หลับตาเบาๆ พอสบายๆ หลับตาเบาๆ พอสบายๆ ผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกายของเรา ทั้งเนื้อทั้งตัวให้รู้สึกสบาย ต้องสบาย ต้องผ่อนคลาย ทำใจใสๆ ใจเย็นๆ ทิ้งทุกอย่างปล่อยวางทุกสิ่ง ไม่ให้ใจของเรา ไปเกาะ ไปเกี่ยว ไปเหนี่ยว ไปรั้ง เรื่องอะไรเลย ให้ใจเราจึงเกลี้ยงๆ ใจใสๆ ใจสบายๆ รวมใจกลับเข้าไปสู่ภายในอย่างง่ายๆ อย่างไม่ต้องมีพิธีรีตรอง ง่ายๆ ไปรวมหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 อย่างเบาๆ สบายๆ ให้ใจนิ่งๆ นุ่มๆ เบาๆ สบายๆ

แตะใจไปที่ศูนย์กลางกลางอย่างนุ่มนวล ค่อยๆวางใจอย่างนุ่มนวล อย่างสบายๆ ให้ใจใสๆ ใจเย็นๆ ใจของเรา ไม่เกาะ เกี่ยว เหนี่ยวรั้ง เรื่องอะไรจริงๆ ปล่อยวางได้จริงๆ วินาทีนี้ ก็จะวืด....เข้าไปถึงธรรมได้ ในวินาทีนี้เหมือนกัน ถ้าใครทำได้ แค่เราปล่อยวาง จะโล่ง กว้าง ภายใน และใจก็จะเคลื่อนเข้าไปอย่างง่ายๆ อย่างนุ่มนวล อย่างเบาๆ ใจจะใสๆ ใจจะเย็นๆ จะนิ่งอย่างมีความสุข 

 



ตั้งแต่กายเบา ใจเบา คือกายเหมือนไม่มีน้ำหนัก จนกระทั่งมันหายไปเลย ความรู้สึกที่ร่างกายหาย เหลือแต่ใจที่นิ่งๆ นุ่มๆ เบาๆ อยู่กับความสุขภายใน ที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ คือกายก็สบาย ใจก็สบาย ยิ่งเรายิ่งหยุด ยิ่งนิ่ง นุ่มๆ เบาๆ ใจก็ยิ่งเคลื่อนเข้าไปสู่ความสบายมากขึ้น ความสุขมากขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุขกับเฉย มันอยู่ด้วยกัน นิ่ง…แต่มีความสุข สุขเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ใจก็ยิ่งบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น

จนความบริสุทธิ์ ปรากฎเกิดขึ้นเป็นแสงสว่าง แสงสว่างที่เกิดขึ้น เมื่อใจหยุดนิ่ง นุ่ม เบาสบาย เป็นแสงที่นุ่มเนียลละมุนตา ค่อยๆ สว่างไปเรื่อย ๆ  แล้วใจก็ค่อยๆ เคลื่อนไปสู่ภายในอย่างนุ่มนวล เคลื่อนอย่างง่าย ๆ ท่ามกลางความสว่าง ก็จะเห็นดวงใส ๆ ดวงเล็กบ้าง ดวงใหญ่บ้าง เป็นดวงใส ๆ กลมรอบตัวเหมือนดวงแก้ว แต่ว่าใสบริสุทธิ์ โปร่งเบา มาพร้อมกับความสุขเพิ่มขึ้น ความบริสุทธิ์ของใจ เกลี้ยงเกลาที่เพิ่มขึ้น ดวงใสๆ ยิ่งเรายิ่งหยุด ยิ่งนิ่ง ก็ยิ่งดิ่งไม่หยุด ไม่ยั้งเลย ดิ่งเข้าไปในกลางดวงใส ๆ ที่ขยายไปรอบตัว ทั้งใส ทั้งสว่าง ทั้งมีความสุข และมีความบริสุทธิ์ของใจ ยิ่งหยุด ยิ่งนิ่ง ยิ่งดิ่ง ไม่หยุดยั้ง  จะวืดเข้าไปอย่างมีความสุข

เพราะฉะนั้นแตะใจกันไปอย่างนี้  ไปถึงองค์พระใส ๆ เห็นองค์พระภายในใส ๆ ใสบริสุทธิ์ เหมือนกระจกใส ๆ บ้าง เหมือนน้ำใสๆ บ้าง เหมือนเพชรใส ๆ เพชรที่ต้องแสง หรือใสยิ่งกว่าเพชรบ้าง ขึ้นอยู่กับใจเราที่หยุดนิ่ง นุ่ม เบา สบาย มีความสุข ความบริสุทธิ์มากแค่ไหน ภาพนั้นก็จะปรากฎเกิดขึ้น องค์พระก็เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ใหม่ๆ ก็จะเป็นอย่างไรนี้ เพราะฉะนั้นนักเรียนใหม่ ผู้มาใหม่ ก็แตะใจไปเบา ๆ อย่างนี้ ให้ใจนิ่งๆ นุ่ม ๆ เบา ๆ สบาย ๆ อย่างไม่มีพิธีรีตอง

 



ส่วนคนที่ทำคล่องแล้ว ก็วืด…เข้าไปถึงดวง ถึงองค์พระภายในยิ่งๆขึ้นไป เห็นดวงในดวงบ้าง องค์พระในองค์พระบ้าง ใจก็ยิ่งบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ใจบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นจะได้เป็นภาชนะรองรับบุญใหญ่ต่างๆ ที่เราทำมาตั้งแต่ตอนเช้า เจริญภาวนา บุญจากการบูชาข้าวพระ บุญจากการถวายภัตตาหารเป็นสังฆทานแด่พระภิกษุสามเณร ผู้ประพฤติธรรม ทุกๆ บุญเลยแต่ละบุญก็จะเป็นดวงใสๆ มารวมตัวอยู่ในกลางกายของเราเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิตของเรา ทั้งในปัจจุบันนี้และในอนาคตไปทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม

ให้เรามีทั้งอายุยืน มีวรรณะผิวพรรณผ่องใส สวยงาม มีความสุขกายสุขใจ มีกำลังกาย มีกำลังใจ มีความเฉลียวฉลาดในศาสตร์ทั้งปวง มีธนสารสมบัติ มีทรัพย์ มีบริวารสมบัติ มีทั้งบริวาร มีทั้งพวกพ้องมากมายทีเดียว มีทั้งธรรมสมบัติ คือได้บรรลุธรรมด้วย พูดง่ายๆ คือ ได้ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภยศ สรรเสริญสุข มรรคผลนิพพาน แล้วก็วิชชาธรรมกายด้วย บุญทุกๆบุญจะเชื่อมต่อตรงนี้ ที่กลางกายของเรา

โดยเฉพาะบุญบูชาข้าวพระ ซึ่งเป็นบุญเนื่องด้วยวิชชาธรรมกาย ต้องเฉพาะวิชชาธรรมกายเท่านั้น จึงจะประกอบพิธีบูชาข้าวพระได้ คือนำไทยธรรมอาหารหวาน คาว ซึ่งเป็นของหยาบ กลั่นให้เป็นของละเอียดด้วยวิชชาธรรมกาย แล้วก็น้อมนำไปถวายเป็นพุทธบูชา แด่พระธรรมกายของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย ที่ท่านดับขันธปรินิพพานนานมาแล้ว คือขันธ์ทั้งหลายที่จะทำให้เวียนว่ายตายเกิดในภพทั้งสามนั้น ดับสลายไปหมด เหลือแต่ธรรมกายอรหันตผลเข้าสู่อายตนนิพพาน ซึ่งนับอสงไขยไม่ถ้วนจะนับจะประมาณไม่ได้ นับพระองค์ไม่ถ้วนทีเดียว ไม่ซ้ำพระองค์ มีพระธรรมกายปรากฏอยู่ในอายตนนิพพาน ทั้งพระธรรมกายของพระอรหันต์ พระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระสัพพัญญูพุทธเจ้า พระธรรมกายเหมือนกันหมด ต่างแต่ขนาดและพระรัศมี

ซึ่งจะทำอย่างนี้ได้ ก็ต้องประกอบวิชชาธรรมกาย แล้วทุกครั้งมหาปูชนียาจารย์ทุกท่าน ตั้งแต่พระเดชพระคุณหลวงปู่ คือพระผู้ปราบมาร พระมงคลเทพมุนี(สด จันทสโร) คุณยายอาจารย์ทั้งสอง คือ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และมหารัตนอุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น ซึ่งตอนนี้ท่านเป็นสมณะเทพบุตรอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิตบุรี ที่เราคุ้นเคยในวงบุญวิเศษ พอถึงวันเวลาดังกล่าวท่านก็จะรวบเอาไปหมด คือ ทั้งพวกเรา และทั้งไทยธรรม ดอกไม้ ธูปเทียน อาหารหวาน คาว ประกอบวิชชาธรรมกาย ทับทวีไปถวายเป็นพุทธบูชา แด่พระธรรมกายของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย ดังกล่าว ที่ท่านอยู่เป็นเนื้อนาบุญในอายตนนิพพาน ซึ่งเลยภพสามขึ้นไป สามเท่าของภพสามเป็นอายตนนิพพาน มีพระนิพพานนับไม่ถ้วน ล้วนเป็นพระธรรมกายทั้งสิ้น
ซึ่งจะไปถึงตรงนี้ ไม่ใช่ง่าย ต้องประกอบวิชชาธรรมกายจึงจะไปถึง ผู้ที่ปราบมารเท่านั้น ภาคปราบเท่านั้น ถึงจะทำอย่างนี้ได้ เวลาจะปราบมารต้องผ่าน…รวบอายตนนิพพาน ผ่านไปไกลกว่านั้น

ดังนั้นบุญจึงเกิดขึ้นมากมาย สมัยที่คุณยายของเรายังอยู่ คือ คุณยายจันทร์ ขนนกยูง ท่านจะสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าขาดการบูชาข้าวพระ คุณยายทองสุข ก็เช่นเดียวกัน อย่าขาดการบูชาข้าวพระ เป็นบุญอจินไตย เป็นอสาธารณะ ไม่ทั่วไป จะต้องเฉพาะผู้ที่มีเชื้อสายของวงบุญภาคปราบล้วนอย่างนี้แหละ ข้ามภพข้ามชาติมา จึงจะมาร่วมชุมนุมเอาบุญใหญ่นี้ได้ และบุญใหญ่นี่แหละ ก็จะให้ผลดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภยศ  สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน วิชชาธรรมกาย ก็จะบังเกิดขึ้นติดเป็นผังสำเร็จไปทุกกาย

ตั้งแต่กายมนุษย์หยาบ กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม  กายธรรมโคตรภูมิ กายพระโสดา กายพระสกิทาคา กายพระอรหันต์เรื่อยไปเลย ในทุกๆกายเลย เราได้บูชาข้าวพระไปเมื่อเช้าแล้ว ณ ช่วงเวลานี้เราจะได้ประมวลรวมบุญ คำนวณบุญทั้งหมด ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเรา ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ไปทุกภพทุกชาติกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม

เพราะฉะนั้นลูกๆ ทุกคนต้อง กลั่นจิต กลั่นใจให้ใส ๆ ด้วยวิธีการหยุดนิ่งดังกล่าว ให้ใจหยุดนิ่งๆ นุ่มๆ เบาๆ สบายๆ ให้ใจใสๆ ใจเย็นๆ ให้ใจใสๆ ใจเย็นๆ ให้ใจเบิกบาน แช่มชื่น ต่างคนต่างนั่งกันไปเงียบๆนะ



ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

4 ความคิดเห็น: