วันอาสาฬหบูชา : วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

 

 บันทึกธรรมะไว้อ่าน...๒ 

ความสำคัญวันอาสาฬหบูชา

วันอาสาฬบูชา วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เป็นวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘ และเป็นเทศกาลเข้าพรรษาประเพณีชาวพุทธ คือ เข้าวัดทำกุศล ทำบุญ และถวายผ้าอาบน้ำฝน เทียนเข้าพรรษา หลอดไฟ ไทยธรรม เป็นประจำทุกปี และหากจะกล่าวว่า เป็นวันสำคัญของชาวพุทธ คือ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประกาศพระศาสนาเป็นครั้งแรก โดยแสดงปฐมเทศนา เรียกว่า "ธัมมจักรกัปปวัตตสูตร" มีพระสงฆ์เกิดรูปแรกในพระพุทธศาสนา พูดง่าย ๆคือ

เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา
เป็นวันที่มีพระสงฆ์บังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก
เป็นวันแรกที่มีพระรัตนตรัยครบองค์ ๓ คือ
มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ครบถ้วนบริบูรณ์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ
มหานามะ และอัสสชิ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตเมืองพาราณสี

 
ช่วงเช้าตรู่ก็เป็นธรรมเนียมกิจวัตรของชาวพุทธ ตื่นขึ้นมาสวดมนต์ นั่งสมาธิ อารธนาศีล และฟังธรรม....
น้องจอยฮวา(จูเล่อ) ได้พูดธรรมะในวันนี้ เป็นเรื่องราว ธรรมเทศนาปฐมบทที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงแสดงธรรม
 
อานิสสงส์การสวดมนต์บทธรรมจักร ย่อมทำให้เกิดความผาสุขในชีวิต
แม้เทวดาได้ฟังก็มีความสุข เบิกบานใจ (อ่านบทความอานิสงส์ในการสวดมนต์บทธรรมจักร)

น้องจูเล่อ ได้เล่าว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระสมณโคดม 
ท่านมีความปรารถนาที่จะดำรงพระชนชีพอยู่ถึง ๑ กัป
ท่านสามารถอยู่ได้ถึง ๑ กัปอย่างไร....
เพราะว่า ท่านได้ลักษณะมหาบุรุษ กายหยาบท่านสามารถเป็นอันหนึ่งเดียวกันกับกายที่ท่านตรัสรู้ธรรมหรือที่เรียกว่า พระธรรมกาย นั้นก็คือ พระธรรมกาย โดยการเจริญอิทธิบาทสี่ และเข้าเจโตสมาธิ ซึ่งจะทำให้ร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดเวลา ๑ กัป
 
คำกล่าวเรื่องนี้ปรากฎในพระไตรปิฎก ไทยไทย (ฉบับมหามกุฏฯ) เล่มที่ ๒ สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค และ เล่ม ๑๐ ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า พระพุทธองค์เคยตรัสเป็นนัยยะกับพระอานนท์ไว้ว่า หากใครทูลอาราธนาให้พระองค์อยู่ ท่านก็สามารถดำรงพระชนชีพอยู่ได้ เพราะท่านติดเงื่อนไขในช่วงที่ท่านพึ่งตรัสรู้ใหม่ๆ และเสวยวิมุตติสุขใต้ต้นอชปาลนิโครธ พญามารได้อาราธนาให้ท่านปรินิพพาน 
 
แม้พระองค์จะทรงพูดเป็นนัยยะกับพระอานนท์ถึง ๑๖ ครั้ง แต่พระอานนท์ก็ไม่ได้พูดทูลอาราธนาท่านไว้ เพราะพญามารก็ไม่ยอม โดยปิดกั้นพระอานนท์ไว้ ถ้าภาษาชาวบ้านคือ บังคับจิตปิดบังใจพระอานนท์ไม่ให้คิดนัยยะคำของพระพุทธเจ้าได้ พระอานนท์จึงไม่ได้ทูลอาราธนา พระพุทธองค์ท่านก็จึงต้องปรินิพพานเมื่ออายุ ๘๐ พรรษา ตามคำทูลอารธนาของพญามาร ทำให้ท่านมีเวลาเผยแผ่ธรรมะไม่นาน
 

การศึกษาวิชชาธรรมกาย สมัยหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร (สด จันทสโร)

ย้อนกลับมาดูระยะความสำคัญใน ในการเผยแผ่งานพระพุทธศาสนาในยุค ของ หลวงปู่ พระผู้ปราบมาร สด จันทสโร และทีมงานลูกหลานศิษย์ยุคปัจจุบันเป็นอย่างไร 
 
จากบทความธรรมยาตราเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๕ ได้มีการเทศนาธรรม การเล่าเรื่องราวสมัยหลวงปู่ฯไว้ให้ทราบมากมายในการสร้างโรงงานวิชชาธรรมกาย หลังจากหลวงปู่ฯได้เข้าถึงธรรม และเผยแผ่วิชชาธรรมกายอย่างไร  (กลับไปอ่านการถอดบทความและฟังธรรมะบรรยายในบทความธรรมยาตราอีกครั้ง ในเรื่องราวของหลวงปู่ฯ พระผู้ปราบมาร สด จันทสโร ช่วงการค้นคว้าศึกษาวิชชาธรรมกายและการทำวิชชาปราบมาร ลิงก์อยู่ด้านล่างในแหล่งข้อมูล) 

ในสมัยคุณยายฯ ก็ได้ถ่ายทอดธรรมะมาสู่คุณครูไม่ใหญ่ และท่านก็ได้ปฏิบัติตามคำสั่งหลวงปู่ ตามที่คุณยายฯได้ถ่ายทอด.....ไปสู่ศิษยานุศิษย์ตลอดเวลา

ในช่วงเข้าพรรษาปีนี้(๒๕๖๕) พอสรุปโอวาทคราวๆได้ดั่งว่า...
ขอให้ทุกคนนั่งธรรมะกันให้ดี อย่าดูเบา เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ  ให้รีบแจ้งข่าวไปให้ทั่วถึงกันทั้งหมดไปทั่วโลก.....

ขอเชิญตั้งจิตอธิษฐานพรรษา

พรรษานี้เป็นพรรษาที่เหมาะในการฝึกฝนแก้ไขอุปสรรคในการเข้าถึงธรรม เมื่อทุกคนปฏิบัติตามหลักวิชชา ในหนังสือการทำสมาธิ ชุดง่ายแต่ลึกทุกเล่มได้มีคำสอนของคุณครูไม่ใหญ่ เรื่องการแก้ไขอุปสรรคใดๆของการนั่งสมาธิเพื่อให้เข้าถึงธรรมะ หากปฏิบัติตามคำสอนของท่านให้ถูกหลักวิชชาก็สามารถทำให้ทุกคนเข้าถึงธรรมได้แน่นอน
 
ดังนั้นพรรษานี้ ขอให้ทุกท่านตั้งใจ "นั่งธรรมะกันให้มากขึ้น" เพื่อสร้างบุญให้ตนเองมากขึ้น ๆ

คุณครูไม่ใหญ่บอกว่า...การปฏิบัติธรรมไม่ยาก และไม่ง่าย ทำได้ เมื่อเราได้ทำ 
การที่จะเรียนรู้และศึกษาวิชชาธรรมกายได้ หลวงพ่อพูดไว้ในหนังสือการทำสมาธิ ชุดง่ายแต่ลึก ว่า จะต้องศึกษาด้วยพระธรรมกายเท่าไร หากทำสมาธิตามหลักวิชชา ก็สามารถเข้าถึงพระธรรมกายทุกคน
 
พอสรุปคราว ๆการเล่าธรรมะจากจูเล่อได้ว่า ในสมัยหลวงปู่วัดปากน้ำ พระผู้ปราบมาร สด จันทสโร มีโรงงานทำวิชชา ซึ่งหลวงปู่ฯท่านได้สอนทั้งพระ แม่ชี และอุบาสก อุบาสิกา ท่านมีทีมทำวิชชา ที่สามารถแก้ไขเรื่องราวต่าง ๆ โดยต้องอาศัยบุญบารมีเป็นพื้นฐานในการแก้ไขอุปสรรค
 
สมัยนั้น เนื่องจากพระต้องมีกิจรักษาศรัทธาญาติโยม จึงมีการปฏิบัติกิจจากการนิมนต์ของญาติโยมทั้งงานแต่ง งานสวด งานศพ งานศึกษาธรรม งานอื่นๆ เจอสิ่งแวดล้อมมากมาย กว่าใจจะหยุดนิ่งต้องใช้เวลา ส่วนฝ่ายแม่ชีจะปฏิบัติธรรม ได้ดีกว่า  ......หลวงปู่ฯฝึกให้นั่งสมาธิเป็นทีม ในสมัยนั้นมีทีมทำวิชชาร้อยกว่าท่านที่สามารถปฏิบัติตามคำสอนของหลวงปู่ฯ....

หนังสือง่ายแต่ลึก คุณครูไม่ใหญ่ได้กล่าวไว้ชัดเจน เรื่องเรา "เกิดมาทำไม" นอกจากการดูแลวัด รักษาศรัทธา ปฏิบัติธรรม เผยแผ่ธรรมะ ก็ต้องศึกษาวิชชาธรรมกาย ซึ่งต้องทำเป็นทีมมีหน้าที่ต่างๆ กันไป หากมีทีมทำวิชชาเป็นร้อยเหมือนสมัยหลวงปู่ฯ บุญกุศลที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม ก็สามารถแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ได้
 
พรรษานี้ ขอเชิญลูกหลานศิษย์หลวงปู่ฯ พระผู้ปราบมาร ปฏิบัติธรรมบูชาธรรม มหาปูชนียาจารย์โดยพร้องเพรียงกัน รักษาใจให้อยู่ในบุญ รักษาอารมณ์ดีตลอดวัน เพื่อฝึกฝนใจให้พร้อมในการศึกษาธรรมให้ก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป และขยายวิชชาธรรมกายไปทั่วโลก

เนื้อหาธรรมะบางส่วนจากผู้เล่าธรรมะ .....จอยฮวา(จูเล่อ)
อนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาสนี้ 

ขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ