บันทึกธรรมะไว้อ่าน....๑
ในช่วงวันพระขึ้น 15 ค่ำเดือน7 ปีขาลที่ผ่านมานี้ (วันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2565 ) เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้ฝึกตนบำเพ็ญตบะทั้งเพศบรรพชิต และฆราวาสทั้งผู้ชายผู้หญิงที่กำลังฝึกตนเองที่เรียกว่าอุบาสก อุบาสิกาที่ดำเนินรอยตามคำสอนของพระพุทธเจ้า จำต้องฝึกตนตื่นนอนแต่เช้าตรู่มานั่งสมาธิ สวดมนต์ และอาราธนาศีล และฟังธรรม หลังจากทำวัตรเรียบร้อยแล้ว ก็ได้รับฟังธรรมะ นับว่ามีความโชคดีมหาศาลได้ฟังธรรมะ เกิดกุศล และได้ข้อคิดมากมายในการทำความดีสร้างบารมี
ลองมาฟังเรื่องราวดีๆ จากเพื่อนสหธรรมิกน้องนกฮูกเล่าธรรมะให้ฟัง พอจะสรุปคราวๆได้ว่า...
สมัยหลวงปู่ฯวัดปากน้ำ พระผู้ปราบมาร เมื่อทำวิชชา ในโรงงานทำวิชชา เวลา พระ แม่ชี เข้ากะทำวิชชา ก็จะมีประตูทางเข้าคนละฝั่ง ในเรื่องระเบียบนี้ หลวงปู่ฯจะเคร่งครัด เช่น พระ เณร จะไปหาชีก็ไม่ได้ แม่ชีจะไปหา พระเณรก็ไม่ได้ หากจำเป็นต้องไปมาหาสู่กันก็ต้องขออนุญาตท่านก่อน หากเกิดเรื่องเสียหาย ก็เกิดผลเสียไปทั่วประเทศ เพราะว่าพระที่หลวงปู่ฯส่งไปเผยแผ่ธรรมะมีอยู่ทั่วประเทศ หากใครทำผิดหลวงปู่ฯก็จะมีบทลงโทษ เช่น ประจานให้ทุกคนได้รับทราบทั่วกัน เรียกว่า ท่ามกลางหมู่สงฆ์กันเลย
ฉะนั้นนั้นในยุคหลวงปู่ฯในสมัยนั้น ทุกคนจึงกลัวท่านมากๆ
มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขั้นในยุคนั้น มีเรื่องเล่าจากผู้รู้เล่าให้ฟังว่า......
....มีอยู่ครั้งหนึ่ง แม่ชีปุกท่านก็เอาภัตตาหารไปถวายพระรูปหนึ่ง ซึ่งท่านก็อายุมากและก็ยังอาพาธด้วย
แม่ชีปุกจะไปขออนุญาตหลวงปู่ฯ แต่ว่าไม่เจอท่าน เพราะว่า หลวงปู่ฯท่านออกไปทำธรุข้างนอกวัด
แม่ชีก็นึกว่า...ไม่เป็นไร...จึงเอาภัตตาหารไปถวายพระรูปนั้น
แต่บังเอิญขากลับ แม่ชีปุกก็เจอกับหลวงปู่ฯที่ท่านกำลังกลับมาจากการทำธุระนอกวัดพอดี้ พอดี
เรียกว่า...เป็นเหตุการณ์ที่เดินสวนกันพอดีเลย...
(แอดมิดฟังแล้ว ก็คิดว่า...อะไรจะบังเอิญ พอดีขนาดนั้น น่าคิดเนอะ..ทั้งๆ ที่หลวงปู่ฯออกไปทำธุระนอกวัด ไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อไร ทำไม?ท่านกลับมาในช่วงเวลานั้น มาเดินสวนและเจอแม่ชีปุกพอดี้พอดี)
พอหลวงปู่ฯเจอแม่ชีปุก ก็พูดว่า "ฮั้นแน่!!!! เอ็งขออนุญาตใครหรือยัง?...
แม่ชีปุกก็ตกใจ++!!!คิดไม่ถึงว่า เวลาเดินกลับ จะเดินสวนกับหลวงปู่ฯ
ก็พูดกับหลวงปู่ฯว่า..
"อีฉันแก่แล้วค่ะ...อีฉันแก่แล้วค่ะ..อีฉันแก่แล้วค่ะ..."
แม่ชีปุกพูดซ้ำๆ ด้วยความตกใจ...เพราะไม่คิดว่า จะเจอหลวงปู่
และก็พูดอีกว่า...จะมาขออนุญาตหลวงพ่อ แต่ไม่เจอหลวงพ่อ ค่ะ...
หลวงปู่ฯพูดขึ้นด้วยภาษาท่านว่า...อีแก่นะสำคัญหนัก...อีแก่นะชักนำชีสาวให้ได้กับพระหนุ่ม...
มึงรู้ไหม..ไอ้สัปเหร่อ ใกล้ผี แม่ชีใกล้พระ...มันกลัวซะที่ไหน...
ไอ้สัปเหร่อ ใกล้ผี ไม่กลัวผี เพราะมันได้เงิน..
ไอ้ชีแก่ ชักนำพระหนุ่ม เพราะว่า อยากได้พระ...(หมายถึงเป็นสามี เรียกภาษาชาวบ้าน..)
ยุคสมัยโบราณนั้น คำเตือนจะแรงมากๆ พูดกันตรงๆกันที่เดียว
มาในยุคเริ่มแรกขอการสร้างวัด
คุณยายฯท่านก็จะระมัดระวังเรื่องราวแบบนี้เยอะมากๆ
แค่อุบาสก อุบาสิกา พูดหยอกล้อกันให้ท่านเห็น...คุณยายฯก็จะตักเตือนทันที
ซ้อนจักรยานกัน ก็ไม่ได้...
ท่านจะระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ
มาในยุคนี้...หลวงพ่อคุณครูไม่เล็ก..ท่านก็ได้พูดถึงว่า...
เมื่อเรา(ฝ่ายหญิง)มาสร้างบารมี พวกเราก็เหมือนนักบวชประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า เป็นแม่ชีกายสิทธิ ก็ได้...
ท่านเล่าให้ฟังว่า...
สมัยก่อน หลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ ตอนที่ท่านจะบวช
ในช่วงก่อน 7 วัน ท่านก็จะต้องตัดอาลัยในเพศฆราวาส ต้องตัดอาลัยในเรื่องของที่รัก และความคุ้นในสิ่งนั้นๆ ดังนั้นในช่วง 7 วันก่อนวันที่จะบวช ก็จะเป็นการเคลียร์ข้าวของเครื่องใช้เดิมๆ ที่ยังดีๆ นำออกไปแจกจ่ายให้เพื่อนๆ และคนรอบข้าง ซึ่งในมหาวิทยาลัยเกษรศาสตร์นั้น ท่านก็แจกรุ่นน้องหมดเลย ไม่เหลือสักชิ้น
แม้กระทั่งพระผงวัดปากน้ำรุ่น1 ที่ห้อยคอท่านตลอดเวลา ท่านรักและก็หวงมาก เพราะท่านได้มาจากคุณยายฯ และคุณยายฯก็จะรักมาก เพราะคุณยายฯท่านได้มาจากหลวงปู่ รับมากับมือหลวงปู่ฯเลย หลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ท่านก็ยังสละได้
ท่านถอดออกจากคอ ให้หลวงพ่อคุณครูไม่เล็ก และก็ใส่จี้ สวมไว้ที่คอหลวงพ่อคุณครูไม่เล็ก และท่านก็บอกว่า"พี่เด็จ..องค์นี้(พระผงรุ่น1)...รักสุด หวงสุด เพราะได้มาจากยาย มอบให้พี่เด็จรับไว้ และเรามาสร้างวัดด้วยกันนะ ..."
หากถามความรู้สึกของเรา ใครที่มอบของรักให้เรา แสดงว่า คนนั้นรักเรามาก ใจเรานี้ซึ้งเลยล่ะนะ หากเป็นผู้หญิง ผู้ชาย ก็เรียกว่า "ขอหมั้นไว้ก่อน"
หลังจากที่ท่านบวชได้สักเดือน สองเดือน ความคุ้นๆ เก่าๆ เคยสนุกสนาน เคยเฮๆฮาๆกับเพื่อนในมหาวิทยาลัย ในสมัยเรียนนั้น ท่านไปอยู่นั่งอยู่ในกลุ่มไหนของกลุ่มเพื่อนๆ ก็จะได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาตลอดเวลา ด้วยความคุ้น วันหนึ่งท่านกลับไปบ้าน ความคุ้นที่เคยเฮๆฮาๆ ก็เลยกลับมา นำอั้ลบั้ลเก่าๆ มาดู..
พอท่านมานั่งสมาธิกับคุณยายฯ เรื่องราวในอั้ลบั้ม ก็เห็นเป็นฉากๆ ขึ้นมาให้เห็นเลย ภาพเก่าก็ปรากฎให้เห็น ท่านบอกว่า กว่าจะนั่งสมาธิรวมใจได้ก็ต้องใช้เวลามาก
ปกติท่านนั่งปุบ ใจท่านก็ดิ่งเข้าสมาธิในกลางกายทันที
ช่วงนั้น ท่านจะนั่งสมาธิกับคุณยายฯเป็นประจำ
หลังจากนังสมาธิเสร็จ ปุบ
คุณยายฯก็บอกว่า....
ท่าน กลับไปบ้านอีกครั้งหนึ่งเลยนะ แล้วไปเอาอั้ลบั้มนั้น เผาทิ้งให้หมดเลยนะ
ท่านก็ตกใจว่า คุณยายรู้ได้ไง
ทำให้ท่านคิดได้ว่า หากเราตัดใจ เราก็จะเอาดีทางธรรมะได้...
👇😇👦👧
ข้อคิดที่ได้ในการสร้างบารมีกับหมู่คณะ สิ่งหนึ่ง ที่ต้องเจอ คือ
ในการสร้างบารมีกับหมู่คณะ สิ่งหนึ่ง ที่ต้องเจอ คือ เรื่องราวต่างๆ มากมาย
" สิ่งที่สำคัญ อย่ากลับบ้านบ่อย อย่าปล่อยศูนย์กลาง อย่าห่างองค์พระ อย่าละหน้าที่ แล้วเราก็จะได้สร้างบารมีก้นไปตลอดรอดฝั่ง "
ผู้เล่าธรรมะ น้องนกฮูก
อนุโมทนาบุญ มา ณ โอกาส นี้
แหล่งข้อมูลและรูปภาพ
- บันทึกธรรมะในเช้าตรู่วันพระ วันอังคารที่ 14 มิถุนายน 2565 ขึ้น 15 ค่ำเดือน 7 ปีขาล
- การ์ดจาก canva โดย brightmind
