การบวชพระในพระพุทธศาสนาองค์แรก EP.2 : อริยสงฆ์สาวกชุดแรกของโลก


การบวชพระในพระพุทธศาสนาองค์แรก EP.2

เหลือเวลาอีก 5 วันในการบวชพระ ในโครงการบวชบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ พระผู้ปราบมาร....

 พระอาจารย์สุวิชฺชาโภเล่าว่า....การทบทวนโอวาทในวันนี้(วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2564) ถ้าได้ฟังแล้วเธอจะเริ่มมีภาพหลวงพ่อ ภาพหลวงพ่อที่เป็นพระในวิถีชีวิตแบบหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านก็เป็นอย่างที่ท่านได้ให้โอวาท ในโอวาทนี้ ก็เริ่มต้นย้อนไปตั้งแต่วันแรกที่หลวงพ่อท่านได้เข้ามาสู่เพศสมณะคือได้บวช แล้วก็ทำงานพระศาสนาเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ไม่มีสักวันที่จะเบื่อหน่ายในเพศสมณะเลย ชีวิตหลวงพ่อก็เป็นแบบนี้ แต่ทำไมเป็นแบบนี้ ท่านก็ได้พูดถึง ว่า บวชแล้วก็ได้มีโอกาสได้อยู่กับยาย ท่านใช้คำว่า หลวงพ่อโชคดีได้อยู่ใกล้ชิดคุณยาย ได้รับการอบรมสั่งสอนแนะนำธรรมะปฏิบัติกับชีวิตนักบวชจากคุณยาย ท่านพูดถึงแค่นี้ฉัน(หมายถึงหลวงพี่สุวิชาโภ)ก็นึกถึงยาย ฉันก็ได้มีโอกาสได้สิ่งที่ดีจากคุณยายก็อย่างที่ท่านพูดถึงนี่แหละ

คิดถึงคุณยายจังเลย!

คุณยายถึงจะเป็นหญิง แต่ท่านเป็นนักบวช ท่านวางเรื่องทางโลกทิ้งหมดเลย ใจท่านไม่ได้ติดอยู่กับโลกแต่อยู่กับเพศนักบวชของท่าน พร้อมกับเป้าหมายที่จะตามติดพระเดชพระคุณหลวงปู่ ที่คุณยายใช้คำว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำนั่นแหละ เพราะฉะนั้นใครที่มาอยู่กับท่าน สิ่งที่จะได้จากท่านก็คือการหล่อหลอม หล่อหลอมด้วยวิถีชีวิตของคุณยาย หลวงพ่อเราก็ได้ในสิ่งเหล่านี้อยู่เต็มตัวเต็มหัวใจ 

วันนี้ถึงแม้ว่าคุณยายท่านจะละสังขารไปแล้ว หลวงพ่อท่านก็เป็นอย่างที่ท่านได้รับการหล่อหลอมจากคุณยายมาเป็นอย่างดีแล้ว ท่านจึงขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตนักบวชเป็นนักบวชที่เต็มตัวแล้วก็ทุ่มเททุกอย่างไว้เพื่อพระศาสนามีแต่ใช้คำว่าไม่เบื่อหน่ายในเพศสมณะเลย แล้วท่านก็พูดถึงความสุข ความสุขที่ท่านได้จากการที่ท่านได้ใช้ชีวิตแบบนี้ การทำงานในพระศาสนานั้นถึงจะมีอุปสรรค แต่ว่าทีมงานที่มีหลวงพ่อท่านนำนั้น ทุกคนไม่ได้คำนึงถึงอุปสรรค ก็ทำตามอย่างหลวงพ่อเลย คิดว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างบารมี และการฝึกตัวเรื่องของการเดินทางไปสู่เป้าหมาย หลวงพ่อก็ให้กำลังใจผู้ที่จะบวชตามกันมา แม้ผู้ที่มาในภายหลังหลวงพ่อว่าก็น่าจะพอเทียบเคียงกันได้

เพราะฉะนั้นในตอนท้าย ท่านได้พูดถึงว่า ได้คิดแบบพร ะพูดแบบพระ ทำแบบพระ  และมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนอย่างน้อยก็ 4 อย่างที่หลวงพ่อได้กล่าวไปแล้ วใน 4 อย่างในวิถีชีวิตของพ่อคือการทำพระนิพพานให้แจ้ง ศึกษาวิชชาธรรมกาย ฝึกฝนตนเองและงานสร้างบามรี จริงๆแล้ว 4 อย่างนี้ผูกพันธ์กันเหมือนสายทางเดียวกัน ต่อเนื่องกันเป็นเดินทาง และจะเป็นวิถีชีวิตวิถีนำทางที่หลวงพ่อสอนกับพวกเรา

เพราะฉะนั้นพวกเราที่จะตามกันเข้ามา ขอให้รู้เถอะว่าเราได้มีแบบอย่างที่จะเดินตาม แล้วก็มีอยู่ค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบอยู่ในโอวาทที่ไม่ได้พูด หลวงพ่อท่านให้ไว้ตั้งแต่ปี 2545 ท่านเตือนให้เรารู้ว่า เราเกิดมาทำอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เตือนใจให้กับพระทุกรูป ทั้งที่บวชมาแล้ว ที่อยู่แล้ว และที่บวชมาจากตั้งแต่แรกเริ่ม หรือว่าระยะกลาง หรือว่าระยะช่วงท้าย หรือว่ากำลังจะเข้ามาใหม่ เราจะมีวิถีชีวิตที่ผาสุกตามแบบอย่างที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้ตั้งใจทำเอาไว้ ขอให้ดีใจและภูมิใจท่านทุกๆท่าน

พระอาจารย์ท่านได้เล่าเพิ่มเติมว่า.....

วันนี้ก็เลยขอเสริมส่วนที่จะเพิ่มเติม หลวงพ่อของเราย้อนหลังปีถึงวันแรกที่เริ่มบวช สิ่งที่ฉัน(พระครูปลัดสุวิทย์ สุวิชฺชาโภ) จะเพิ่มเติมในวันนี้จะย้อนหลังไป 2609 ปีไปถึงตอนที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมครูของเรานั้น ปักหลักพระศาสนา ซึ่งจะเห็นได้ชัดตั้งแต่ตอนช่วงเริ่มต้นที่ท่านเริ่มเผยแผ่ประกาศพระศาสนาซึ่งเราจะได้เห็นรูปแบบ จะเป็นรูปแบบของชาวพุทธที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาที่ทำให้พระพุทธศาสนายืนยาวจนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้ได้  

ปฐมเทศนา : ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร และเริ่มแรกของการเข้าพรรษา

พระบรมศาสดานั้นเมื่อตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เสด็จไปที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ไปโปรดพระปัญจวัคคีย์ที่มีพระโกทัญญะเป็นหัวหน้าทีม มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 รูป พระปัญจวัคคีย์เป็นพระที่บวชตามท่านมาตั้งแต่เริ่มต้น คอยดูแลท่านจนกระทั่งได้มาอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พระบรมศาสดาทรงระลึกถึงพระปัญจวัคคีย์ที่ติดตามกันมา ก็ได้ตามมาเพื่อที่จะแสดงปฐมเทศนา เพราะผู้ที่เหมาะสมที่จะได้รับฟังปฐมเทศนา 

ปฐมเทศนาจากพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ก็คือชุดนี้คือ พระปัญจวัคคีย์และการแสดงธรรมในวันอาสาฬหบูชา ที่เราเรียกกันว่าอาสาฬหบูชาที่เป็นวันเพ็ญเดือน 8 บทเทศนาที่สำคัญเป็นการขับเคลื่อนธรรมจักรก็ได้แสดงขึ้นในวันนั้น และจะมีแต่พวกที่เป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้นจึงแสดงการขับเคลื่อนบทธรรมจักรนี้ได้ เพราะฉะนั้นพระองค์ท่านจึงได้มาแสดงธรรมปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ในเรื่องธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และเป็นการแสดงถึงเนื้อหาสำคัญ แสดงถึงเส้นทางสายกลางที่จะเข้าไปสู่ความเป็นพระภายใน เป็นพระโสดา พระอนาคา พระอรหันต์กันได้ หมดจรดหมดกิเลสกันได้ พระบรมศาสดาก็ได้แสดงธรรมในบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แสดงการตั้งแต่เบื้องต้นและการแสดงตอนนี้ พระปัญจวัคคีย์หัวหน้าทีมก็คือพระอัญญาโกณทัญญะ ก็สามารถจรดใจตามเข้าไปสู่เส้นทางสายกลาง ได้ดวงตาเห็นธรรม  คือเข้าไปสู่ความเป็นพระคือพระโสดาบัน

การบวชพระในพระพุทธศาสนาครั้งแรกองค์แรกของโลก

ฉะนั้นท่านจึงเป็นพระในพระพุทธศาสนาองค์แรก เมื่อท่านบวชจึงได้เป็นพระองค์แรกในพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น วันนั้นจึงทำให้พระรัตนตรัยครบถ้วนบริบูรณ์ คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถ้าหมายเอาละเอียดก็พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ได้ครบถ้วนครบบริบูรณ์ พูดได้ว่าวันอาสาฬหบูชานั้นเอง ต่อมาอบรมต่อให้กับพระปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก 4 องค์ให้ได้เข้าถึงธรรมตาม อบรมจนกระทั่งท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ครบถ้วนทั้ง 5 องค์ เป็น 5 องค์ที่เกิดขึ้นในพระพุทธศาสนาที่ได้รู้เห็นธรรมตามพระบรมศาสดาเกิดขึ้น เป็นพยานยืนยันในการตรัสรู้ธรรมของพระบรมศาสดา ถ้าหากนับเวลาขนาดนั้น มีพระอรหันต์เกิดขึ้นแล้วในโลก 6 องค์ คือพระบรมศาสดาและพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 พรรษานั้นถือว่าเป็นภาษาที่หนึ่งของพระบรมศาสดาท่านทรงอยู่จำพรรษา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันนั่นเอง 

และต่อมาก็ได้มีโอกาสและมีโอกาสที่อบรมให้กับผู้ที่มาพบท่านอยู่อีกชุดนึง  เริ่มจากพระยสะซึ่งเป็นบุตรแห่งมหาเศรษฐีของเมืองพาราณสีได้มาพบท่าน และพระบรมศาสดาก็ได้แสดงธรรม จนกระทั่งพระยสะได้ดวงตาเห็นธรรม และต่อมาเพื่อนอีก 54 ท่านก็ได้ตามมาและมีโอกาสได้ฟังธรรม และก็ได้บรรลุธรรม เพราะฉะนั้น ชุดของพระยสที่ตามมาเป็นชุดที่ 2 นี้ มีรวมกันทั้งหมด 55 รูปและทั้งหมดก็ได้สำเร็จได้เข้าถึงความเป็นพระอรหันต์เกิดขึ้น ทำให้พระพุทธศาสนาได้มีพระอรหันต์สาวกเกิดขึ้นรวมทั้งหมด 60 องค์รวมพระบรมศาสดาด้วยก็เป็น 61

เพราะฉะนั้นพรรษาที่ 1 มีพระอรหันต์เกิดขึ้นคือ 1 + 60 คือพระบรมศาสดา พระอรหันต์สาวก 60 เป็น 61 รูปเป็น 61 องค์เกิดขึ้นมา พระบรมศาสนาได้ปักหลักพระศาสนาขึ้น ณ ป่าอิสิมฤคทายวัน เริ่มสอน แล้วการเริ่มสอนนี้ ทำให้พระองค์ท่านอยู่จำพรรษาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันนี้จนกระทั่งพ้นพรรษา ในประวัตินับเป็นพรรษาที่ 1 ของพระบรมศาสดา พระองค์ท่านอยู่เลยมาจนกระทั่ง ในหนังสือพระปฐมสมโพธิกถาได้พูดถึงวันแรม 1 ค่ำกติกามาสคือวันแรม 1 ค่ำเดือน 12 เราเพิ่งผ่านวันเพ็ญเดือนสิบสองมาได้ 2 วัน แต่ห่างกันอยู่ 2609 ปี

เริ่มประกาศพระพุทธศาสนา

ณ วันแรม 1 ค่ำกติกมาสนั้นทรงตัดสินพระทัย ด้วยใจพระมหากรุณา ทรงส่งพระสาวกทั้ง 60 รูป  ออกโปรดสัตว์ให้แยกย้ายกันไปเพื่อที่จะสอนให้ประชาชนทั้งหลายได้รู้จักเส้นทางชีวิตที่สะอาดบริสุทธิ์ เส้นทางสายกลางที่สะอาดบริสุทธิ์เป็นเส้นทางแห่งอารยะให้กับประชาชนทั้งหลายได้รู้ แม้พระองค์เองก็ได้เสด็จไปยังที่อุรุเวลาประเทศแห่งหนึ่งด้วยพระองค์เองเพียงพระองค์เดียว  การแยกย้ายเผยแผ่ได้เริ่มเกิดขึ้น ณ วัน วันนั้นวันแรม 1 ค่ำกติกมาสก็คือเดือน 12 ของไทย
 

คำว่า กติกมาส มาสแปลว่าเดือน เดือนเพ็ญ 

พูดถึงเดือนเพ็ญที่ผ่านกลุ่มดาวกติกะ กลุ่มดาวกติกะนี้คนไทยเรียกกลุ่มดาวลูกไก่ ภาษาสันสกฤษเขาใช้คำว่ากฤตติกา ไทยเราก็หมายเอากลุ่มดาวลูกไก่ กลุ่มดาวลูกไก่บนท้องฟ้านี้จะอยู่ใกล้ๆกับกลุ่มดาว กลุ่มดาวที่เราเรียกกันว่าพฤษภก็คือกลุ่มดาว  ภาษาสันสกฤษเขาใช้คำว่ากฤตติกา ไทยเราก็หมายเอากลุ่มดาวลูกไก่ กลุ่มดาวลูกไก่บนพฤษภาคม จะอยู่ใกล้ๆกันพระจันทร์เพ็ญจะผ่านกลุ่มดาวกฤตติกา 

เป็นวันที่พระบรมศาสดาทรงตัดสินพระทัยทรงส่งพระสาวกออกโปรดสัตว์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งหลายที่ได้มีโอกาสพบเส้นทางที่ดีที่สุด พวกเราลองนึกดูว่าตอนนั้นพระพุทธศาสนากำลังเริ่มต้น ประชาชนทั่วแผ่นดินยังไม่มีใครรู้จักเลย จะต้องเดินทางออกเผยแผ่ ออกสอนไปยังถิ่นต่าง ๆที่เขาไม่รู้จัก ประชาชนก็ไม่รู้จักหรอก แต่ชุดบุกเบิกชุดแรกที่พระบรมศาสดาทรงออกไปเผยแผ่นั้นไม่มีอะไรหวั่นใจเลย 

นี่คืองานของพระศาสนาที่พระบรมศาสดาฝากให้ไว้กับลูกศิษย์ของท่านคือพระอรหันต์สาวกที่ได้เข้าถึงธรรมที่ท่านได้สอนเอาไว้ ออกช่วยเผยแผ่เพื่อจะได้สอนประชาชนทั้งหลาย และก็เป็นการปักหลักของพระศาสนาไปในตัวความยากลำบากที่จะเกิดขึ้นไม่ต้องพูดถึง ความยากลำบากอย่างไรมันก็เป็นเรื่องของเขาที่จะสกัดกั้นจะทำให้ลำบาก แต่หน้าที่ของผู้ที่จะทำหน้าที่เผยแผ่เอาสิ่งที่ประเสริฐสุดของพระบรมศาสดาทรงตรัสรู้นี้ไปถึงประชาชนก็ต้องหาวิธีก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆเหล่านั้นให้ได้ 

 การสืบทอดมโนปณิธานพระพุทธเจ้าของพระอรหันตสาวก ยาวนานกว่า 2609 ปี 

อุปสรรคก็เรื่องของเขา การก้าวข้ามเป็นเรื่องของเรา การเผยแผ่พระศาสนาจึงเกิดขึ้นได้และก็เริ่มขยายเป็นวงกว้างออกไป ออกไปเรื่อยๆ ชุดบุกเบิกชุดแรกไม่มีคำว่าท้อถอย การเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่องจึงได้เกิดขึ้นและก็ถ่ายทอด ถ่ายทอดมโนปณิธานสิ่งที่ต้องทำกันนี้จากรุ่นสู่รุ่นจากรุ่นสู่รุ่น ก็สามารถต่อเนื่องกันมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ สามารถกระจายไปทั่วแผ่นดินต่างๆ กว้างขวางเข้าไปในมหาชนมากมายต่างเชื้อชาติ ต่างความเชื่อ ถึงจะมีขีดคั่นอุปสรรคอย่างไรก็ก้าวข้ามกันไป พร้อมกับเอาของแท้  ของแท้จริงไปถึงเขาให้เขาได้รู้จัก และถ้าเขาได้รู้จักสิ่งที่ดีของแท้ๆแล้ว เขาจะเข้าใจในสิ่งเหล่านี้เอง จากชุดบุกเบิกชุดแรกแล้วก็ต่อเนื่องกันมาอย่างไม่ท้อถอยจากรุ่นแล้วรุ่นเรารุ่นแล้วรุ่นเล่า ต่อเนื่องกันมานับช่วงไม่ทั่วกันทีเดียว ข้ามมาจนมาถึง 2609 ปี มาถึงปัจจุบันนี้

การบวชพระแท้ ธรรมะที่แท้จริง : มรดกธรรมของพระพุทธศาสนา

เส้นทางการต่อเนื่องของพระศาสดาที่พระบรมศาสดาทรงวางไว้ให้ ยังไม่ขาดช่วงเลย และก็มาถึงยุคของพวกเรา ถ้านึกถึงพระบรมศาสดาทรงทุ่มเทชีวิตที่จะเข้าไปสู่ธรรมะที่แท้จริงไปภายใน ก็ไปสู่ความเป็นพระที่แท้จริงภายใน ทุ่มแม้กระทั่งชีวิต ก็เอามาได้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ล้ำค่า เป็นสิ่งที่ล้ำค่าสำหรับมนุษย์ทุกคน พวกเราจะได้มีโอกาสได้สร้างบารมีกับตรงนี้ ทำความต่อเนื่องให้ต่อเนื่องกันไปไม่ขาดสาย อย่าให้ขาดสาย แล้วพระพุทธศาสนาที่มีหลักธรรมที่ล้ำค่า พระบรมศาสดาที่กรุณาสละเวลาในทรงสอนเอาไว้ จะได้ไปสถิตย์อยู่ในใจของทุกคน และนำทางนำวิถีชีวิตของทุกคนให้เขาพบกับความสว่างไสว พบกับความใสสะอาดบริสุทธิ์และมีชีวิตที่ผาสุกชีวิต และจะเข้าไปสู่ชีวิตที่เป็นผาสุกนิรันดร์ได้ สิ่งที่คุณครูไม่ใหญ่ซึ่งเป็นครูของเราที่พยายามทุ่มเททุกอย่าง ที่ทำให้ต่อเนื่องให้ได้ ต่อเนื่องทั้งของพระบรมศาสดาที่ท่านทรงวางเอาไว้ ต่อเนื่องกับที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ที่ท่านได้วางเอาไว้ในเรื่องหลักวิชชาพยายามทำให้ต่อเนื่องไม่ขาดสาย ถ้าขาดสายนั่นคือความเสียหายอย่างร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นกับทุกๆคน

คำสอนของคุณครูไม่ใหญ่ : คิดแบบพระ พูดแบบพระ ทำแบบพระ

เพราะฉะนั้นพวกเรา จำสิ่งที่คุณครูไม่ใหญ่ท่านให้โอวาท ท่านย้อนถึงชีวิตของท่านในการวางแบบอย่างชีวิตสมณะของท่านเอาไว้ ให้คิดแบบพระ พูดแบบพระ ทำแบบพระ และมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนอย่างน้อยก็ 4 อย่าง เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ศึกษาวิชชาธรรมกาย ฝึกฝนอบรมตนเอง สร้างบารมี และสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มพูนเข้ามาในวิถีชีวิตของเราได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย และต่อเนื่องต่อไปจนกระทั่งถึงเป้าหมายคือที่สุดแห่งธรรม 

ขอให้ทุกท่านพิจารณาให้ดี สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ล้ำค่าในชีวิตของผู้ทำและผู้ที่ได้มีโอกาสที่จะเข้ามาบวช เราจะต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้ต่อเนื่องและประโยชน์สุขที่ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับมหาชนที่จะตามมาในภายหลัง 

ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการตั้งใจสร้างบารมีกันต่อไป ให้วิถีชีวิตได้พบกับสิ่งที่เป็นเป้าหมายทั้งทำพระนิพพานให้แจ้ง ศึกษาวิชาธรรมกาย ได้มีโอกาสได้อบรมตนเอง และสร้างบารมีเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป และเมื่อวันที่รู้ว่าได้เห็นว่าบารมีของเราเพิ่มพูนขนาดไหน แล้วทุกท่านจะดีใจปลื้มใจที่เกิดมาในชีวิตนี้ ได้มีโอกาสได้ทำแบบนี้ และก็ให้ระลึกถึงพระคุณของคุณครูไม่ใหญ่ท่าน ที่ท่านได้พยายามทุ่มเทวางแบบอย่างให้กับพวกเรากันทุกๆคน ขอให้ทุกท่านทุกคนให้เข้าถึงธรรมกันนะจ๊ะ
ขอเจริญพร...สาธุ...บูชาพระ.

 แจ้งข่าวงานบวช

โครงการอุปสมบท บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ประจำปี 2564
———————
อบรมระหว่างวันที่
1 ธันวาคม พ.ศ.2564  - วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565
———————
พิธีอุปสมบท วันที่ 6 – 10 ธันวาคม พ.ศ.2564
———————
อบรม ณ ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดทั่วประเทศ

ศูนย์อบรมเขาแก้วเสด็จ รุ่นบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์
3,000 รูป มีบวช 3ไซต์

1. ไซต์บุคคลทั่วไป
       (คนใหม่)
    087-7111269

2.ไซต์ผู้นำบุญ
    096-9501072
    083-5405642

3.ไซต์อดีตธรรมทายาท
    080-754-9162
    061-823-5365
———————
สอบถามข้อมูลได้ที่
http://www.xn--b3c5a0b.com/
www.dmycenter.com
IG, Facebook, twitter, line : @dhammakayainfo
โทร. 02-831-1234


 พิเศษ อ่านบนมือถือ ด้านล่างบทความ จะมีป้ายข้อความเพื่อทำการแชร์ ว่า "ใช้ร่วมกัน" กดปุ่มป้ายข้อความ


จะปรากฎหน้าต่างใหม่ จากนั้นเลื่อนขึ้น ก็จะมองเห็นโลโก้หรือ ปุ่มในการแชร์ เช่น Email Facebook twitter เลือกปุ่มแชร์ได้ตามต้องการ



ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

  • เริ่มถอดคลิปเสียง วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2564
  • แก้ไข และปรับปรุงข้อมูล วันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2564
  • เผยแผ่ข้อมูล วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564

การบวชพระในพระพุทธศาสนาองค์แรก EP.1 ทบทวนโอวาทคุณครูไม่ใหญ่ : เป้าหมายในการบวช

ทบทวนโอวาทวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายนพ. ศ. 2564

ธรรมะเทศนา โดย พระครูปลัดสุวิทย์ สุวิชฺชาโภ ได้มาทบทวนอ่านโอวาทคุณครูไม่ใหญ่ว่า...

...วันเวลาผ่านไปเร็ว นึกย้อนหลังตั้งแต่วันแรกที่หลวงพ่อได้เข้าสู่เข้ามาสู่เพศสมณะ ก็ได้ทำงานพระศาสนาเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ไม่มีแม้แต่สักวันที่จะเบื่อหน่ายในเพศสมณะเลย ทั้งนี้ก็เพราะการบวชของหลวงพ่อนั้นเป็นการบวชอย่างมีเป้าหมาย บวชเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง เพื่อศึกษาวิชาธรรมกาย ดูเหมือนว่าเพื่อศึกษาวิชชาธรรมกายนี้จะเป็นหลักมากๆ เพราะได้ศึกษามาตั้งแต่ก่อนบวชแล้วได้มุ่งมาตรงนี้และก็บวชมาเพื่อฝึกฝนตนเอง ให้มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ให้เหมาะสมที่จะเป็นหนึ่งในพระรัตนตรัย และบวชมาเพื่อสร้างบารมี ก็สร้างกันเรื่อยมาเลย เผลอประเดี๋ยวเดียวผ่านมาได้หลายสิบพรรษาแล้ว 

แต่ก็ยังมีความรู้สึกว่าเหมือนเพิ่งบวชได้ไม่นานเลย ที่มีความรู้สึกเช่นนี้ก็เพราะว่าในแต่ละวันแต่ละคืนที่ผ่านไปนั้น พาไปด้วยเป้าหมายของการบวชอย่างที่ได้กล่าวมาแล้วคือ เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ศึกษาวิชชาธรรมกาย ฝึกฝนตนเอง แล้วก็ สร้างบารมี 

หลวงพ่อโชคดีที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณยาย ได้รับการอบรมสั่งสอนแนะนำธรรมะปฏิบัติ กับชีวิตของนักบวชกับคุณยาย แม้คุณยายท่านจะไม่ได้บวชเป็นพระ เพราะท่านเป็นเพศหญิง แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับท่านแล้ว จะรู้สึกว่าท่านเป็นพระ เพียงแต่เขาเรียกว่าคุณยายเท่านั้นเอง ได้รับการอบรมสั่งสอนแนะนำจากท่าน แม้เป็นคำซ้ำๆเดิมๆ แต่ก็ไม่เคยเบื่อหน่าย และชื่นใจทุกครั้งที่ได้ยิน มันก็น่าแปลกและอัศจรรย์จริงๆ คำพูดของผู้ที่มีเป้าหมายของชีวิต บวชอย่างมีวัตถุประสงค์ ฝึกตนกันมาเป็นอย่างดี เวลาพูดแล้วมันมีพลัง แม้จะเป็นคำซ้ำคำเดิมซึ่งท่านจะตอกย้ำทุกวันที่เจอกัน สิ่งนี้ได้หล่อหลอมชีวิตหลวงพ่อให้รักในการเป็นนักบวชและวันคืนก็ผ่านไปอย่างมีความผาสุก 

แต่ถึงแม้วันนี้จะไม่ดีคุณยายแล้ว บางท่านที่มาในภายหลังไม่เคยเห็นคุณยายด้วยซ้ำ แต่ก็คงพอจะนึกเทียบเคียงได้ว่า ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น ได้ให้การดูแลเอาใจใส่พระลูกพระหลานของท่านอย่างไร จึงอยู่กันอย่างมีความสุขเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ 

แม้ว่าการทำงานพระศาสนาจะมีอุปสรรค แต่ทุกคนก็ไม่ได้คำนึงถึงอุปสรรคคิดแต่ว่าเป็นเรื่องของการสร้างบารมี เรื่องของการฝึกตัว เรื่องของการเดินทางไปสู่เป้าหมาย เพราะฉะนั้นแม้ผู้ที่มาในภายหลังหลวงพ่อว่าก็น่าจะพอเทียบเคียงกันได้ ถ้าเราคิดแบบพระ พูดแบบพระ ทำแบบพระ และมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน อย่างน้อยก็มี 4 อย่าง ดังที่หลวงพ่อได้กล่าวไปแล้ว เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ศึกษาวิชาธรรมกาย ฝึกฝนอบรมตนเอง สร้างบารมี หลวงพ่อขอยืนยันว่าเพศสมณะนี้มีแต่ความผาสุกมีแต่ความรื่นรมย์
 

คุณครูไม่ใหญ่ พ.ศ 2545

-------------------------------

การ์ดจากเพจพระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส

แจ้งข่าวการบวช

โครงการอุปสมบท บูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ประจำปี 2564
———————
อบรมระหว่างวันที่
1 ธันวาคม พ.ศ.2564  - วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565
———————
พิธีอุปสมบท วันที่ 6 – 10 ธันวาคม พ.ศ.2564
———————
อบรม ณ ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดทั่วประเทศ
———————
สอบถามข้อมูลได้ที่
http://www.xn--b3c5a0b.com/
www.dmycenter.com
IG, Facebook, twitter, line : @dhammakayainfo
โทร. 02-831-1234

พิเศษ : แชร์แจ้งข่าว อ่านบนมือถือ จะปรากฎอยู่ตำแหน่งด้านล่าง ข้อความว่า "ใช้ร่วมกัน"

กดปุ่ม ที่อ่านได้ว่า ใช้ร่วมกัน ก็จะปรากฎโลโก้ให้เลือกการแชร์ที่อยู่มุมบนหน้าต่าง เช่น Email Facebook Twitter

 



ขอบคุณแหล่งข้อมูลและรูปภาพ

    • เริ่มทอดคลิปเสียง วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2564
    • แก้ไข และปรับปรุงข้อมูล วันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2564
    • เผยแผ่ข้อมูล วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564

ร่วมอนุโมทนาบุญ : ข่าวบุญทอดกฐินวัดต่าง ๆ ทั่วโลก

ร่วมอนุโมทนาบุญ ข่าวการทอดกฐิน ณ วัดทั่วโลกเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔

เมื่อออกพรรษาแล้ว ช่วงนี้จึงเป็นเรื่องการทอดกฐิน เป็นบรรยากาศงานบุญ ซึ่ง ๑ ปีมีครั้งเดียว ทุกวัดทั่วโลกได้จัดงานกฐิน แม้ว่าเป็นช่วงที่โควิด๑๙ ยังมีมาตรการเข้มในการป้องกัน และช่วงนี้ประเทศไทยเริ่มเปิดประเทศ วัดต่าง ๆ เริ่มมีบรรยากาศการทำบุญ ส่วนผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนก็รักษามาตรการป้องกันโควิดอย่างยอดเยี่ยม เป็นภาพที่งดงาม ปลื้มปีติ เรามาดูว่ามีงานบุญทอดกฐินที่ไหนกันบ้าง พวกเราจะได้ อนุโมทนาบุญร่วมกัน โดยทำใจนิ่งๆที่ฐานที่ตั้งของใจ (ฐานที่ ๗ เหนือสะดือขึ้นมา๒นิ้วมือ) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตบุญที่ยอดเยี่ยม
 
หากเราเอาใจมาจรดนิ่งที่ศูนย์กลางกายบ่อยๆ แม้มีอะไรมากระทบก็ไม่กระเทือน (อ่านโอวาทหลวงพ่อทัตตชีโว เพิ่มเติม เรื่อง "การสร้างกำลังใจไม่มีที่สิ้นสุด" ได้ที่ ลิงก์นี้) ยกตัวอย่างเช่น เรื่องการปลดเจ้าคณะจังหวัด ได้ข่าวทุกวัน แอดมินติดตามข่าวทุกวัน  ความรักในการทำหน้าที่ชาวพุทธ จึงได้ทำหน้าที่ของชาวพุทธที่ดี และทำให้ต้องเพิ่มกำลังใจตนเอง โดยเพิ่มบุญให้ตนเองทุกวัน เพราะเมื่อบุญเพิ่ม กำลังใจก็เกิดทันที แม้กำลังทานอาหาร ทำภารกิจใด ๆ ก็ฝึกฝนตนเองบ่อย ๆ ก็น้อมใจตรึกระลึกถึงพระรัตนตรัยภายใน หากใจหนีเที่ยว ได้สติ เราก็ดึงสติกลับมาที่ฐานที่ตั้งของใจเราใหม่ ทำซ้ำๆ ทำบ่อยๆ ทำเนืองๆ ตามที่คุณครูไม่ใหญ่สอน เดี๋ยวเราก็ทำได้ ใจเราก็ผ่องใส สบาย เป็นสุขตลอดเวลา
 
หลวงพ่อสอนว่า กำลังใจของตนเองก็ต้องสร้างเอง ไม่มีใครมาสร้างให้ แค่มาช่วยปลอบประโลมให้เราผ่อนคลาย แต่มีตัวเราเท่านั้นที่สร้างกำลังใจให้ตนเอง วิธีการคือ หมั่นขยันฝึกนำใจมาไว้ที่ฐานที่ตั้งของใจทุกอริยบท จนเป็นกรณียกิจ ทำบ่อยๆ ก็จะเคย คุ้น ชิน จนกลายเป็น "นิสัย" ซึ่งเป็นมรดกที่คุณยายอาจารย์ได้สอนไว้ในเรื่องการฝึก "สะอาดและระเบียบ" ต้องฝึกให้ได้สะอาดและระเบียบทั้งภายนอกและภายในซึ่งต้องฝึกไปคู่กัน จนกระทั่งธาตุในตัวสะอาดมากขึ้นๆ ใจใสสว่าง การคิด การพูด การทำ ก็จะมีแต่สิ่งดีๆ ตลอดทั้งวัน แม้มีคนคิดไม่ดีกับเรา ไม่ว่าเนื่องด้วยเรื่องอะไร เราก็จะไม่โกรธ  ได้แต่แผ่กำลังใจ แผ่บุญไปให้เขา ตามที่หลวงพ่อสอนไว้ นี้แหละคือ ความโชคดีของตัวเราที่ได้เจอครูดี ที่ทำให้เราหมั่นขยันสร้างแต่ "กรรมดี" ไม่เผลอตกไปสู่ "กับดักกิเลกส ๓ ตระกูล" ซึ่งจะทำให้บุญในตัว ดับลงและลดน้อยลงไปอีก

หากใจจรดนิ่งที่กลางกาย บุญก็เกิด กำลังใจก็เกิดทันที เพราะธาตุในตัวสะอาด ใจเราก็จะบริสุทธิ์ เพิ่มขึ้นๆๆ หลวงพ่อคุณไม่ใหญ่สอนไว้ในหนังสือง่ายแต่ลึกเล่ม ๒ หน้า ๒๘ ไว้ว่า

เมื่อใจบริสุทธิ์ล้วน  ๆ  สะอาดล้วน  ๆ  สว่างไสว  ก็มีพลังงาน เต็มที่ที่จะขยายความสุขมาสู่จิตใจเรา  ระบบประสาทกล้ามเนื้อเรา    ขยายไปสู่สิ่งแวดล้อมได้    ให้ทั้งความสุข    ให้ทั้งความรอบรู้  ให้ทั้งความหลุดพ้น เป็นอิสระที่เป็นนิรันดร....
 
ฉะนั้น "บุญ" จึงเป็นสิ่งที่แก้ไขอุปสรรคทุกเรื่องให้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ เรามาทบทวนบุญวันทอดกฐินกันเถอะ เพื่อความสุข ความสงบ ความสำเร็จ ความสามัคคี จะได้มีกำลังใจในการช่วยกันทำหน้าที่ของชาวพุทธ ปกป้องพระพุทธศาสนา หมู่ชาวพุทธก็จะเจริญก้าวหน้าสืบไป
 
ดังคำสอนพระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า 
นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ.   สุขอื่นจากความสงบไม่มี 
สุขา สังฆัสสะ สามัคคี ความสามัคคีของหมู่คณะทำให้เกิดสุข
 

The Kathina Ceremony on Friday, 19 November 2564 B.E.
at Dhammakaya Assembly Hall, Wat Phra Dhammakaya

พิธีปฏิบัติธรรมภาคสาย และพิธีกล่าวคำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน
ในวันทอดกฐินธรรมชัย ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔
ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี